ท่านปราชญ์เฉินพยักหน้าด้วยความพอใจ สายตากวาดไปที่เมิ่งไป๋โจว ก่อนจะเลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว
“งั้น พวกเราไปก่อนละกัน” ท่านปราชญ์เฉินตบไหล่สวี่ทิงอวี๋เตรียมจะลา
“ท่านปราชญ์เฉิน รอสักครู่ค่ะ” สวี่ทิงอวี๋ยื่นกล่องให้เหยา อวี๋ซู แล้ววิ่งตามท่านปราชญ์เฉินไปสองก้าว
“มีอะไรหรือนักศึกษาสวี่” ท่านปราชญ์เฉินหยุดเดิน ในใจแอบใจหาย ต้นกล้าดีๆ ที่ได้มา คงไม่คิดจะเปลี่ยนใจใช่ไหม
“ท่านปราชญ์เฉิน คะ หนูอยากถามว่าโควตาห้องเด็กอัจฉริยะเป็นจำนวนคงที่หรือเปล่าคะ” สวี่ทิงอวี๋เอ่ยถาม
ท่านปราชญ์เฉิน “ใช่ ทุกปีมีแค่ยี่สิบโควตา”
“หนูมีเรื่องอยากจะขอร้อง คือปีนี้ขยายเพิ่มอีกหนึ่งคนได้ไหมคะ” สวี่ทิงอวี๋เรียบเรียงคำพูดในหัว “ก่อนหน้านี้หนูได้ยินท่านบอกว่าห้องเด็กอัจฉริยะมีการสอบ หนูที่มารายงานตัวตรงๆ แบบนี้ก็น่าจะถือว่าเป็นกรณีพิเศษ หนูไม่อยากแย่งโควตาของคนอื่น”
ไม่อยากแย่งโควตาของคนที่ควรจะได้เข้าห้องเด็กอัจฉริยะ แต่ต้องสูญเสียโอกาสพลิกชีวิตไปเพียงเพราะการปรากฏตัวของเธอ
เธอรู้ดีกว่าการสอบติดห้องเด็กอัจฉริยะนั้นยากแค่ไหน คนธรรมดาจะก้าวหน้าด้วยการเรียนนั้นยากเพียงใด ถึงแม้คนๆ นั้นจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือเป็นแค่ตัวประกอบที่ไม่ได้ถูกเอ่ยถึงในนิยายก็ตาม
ทุกคนในที่นั้นงงไปหมด นี่มันไม่ควรจะถือว่าแย่งโควตาใครซะหน่อยเหรอ?
มีเพียงเมิ่งไป๋โจวเท่านั้นที่รู้ สวี่ทิงอวี๋พูดไม่ผิด ถ้าเธอเข้าเรียนจริงๆ ชีวิตของคนที่ได้อันดับยี่สิบเดิมจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
