หนุ่มน้อยขี้โรคใน F4 กลายเป็นที่รักของแก๊ง

บทที่ 5 พวกย้อมผมสามคน

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 5 พวกย้อมผมสามคน

หัวโจกย้อมผมสีเหลืองฟูยุ่งเหยิง คล้องโซ่เส้นหนาไว้ที่คอ คาบบุหรี่อยู่ที่มุมปาก

ข้างหลังตามมาด้วยอีกสองคน คนหนึ่งผอมราวกับไม้ไผ่ อีกคนเตี้ยอ้วนกลมเหมือนมันฝรั่ง

ทั่วร้านคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นบุหรี่และกลิ่นฉุนของสเปรย์ฉีดผมที่ปนเปกัน

เจ้าแมวส้มอ้วนตรงมุมร้านร้อง “เหมียวอู” เสียงหนึ่ง ขนทั้งตัวพองฟู พุ่งตัวลงจากเคาน์เตอร์ พริบตาเดียวก็มุดเข้าไปหลังม่านห้องด้านใน เงาหายวับไปเลย

“โอ๊ะ กำลังยุ่งอยู่เหรอ” เจ้าผมเหลืองเดินยิ้มแฉ่งเข้ามา

สายตากวาดผ่านแผ่นหลังของไป๋ฉือ หยุดอยู่ที่ชุดนักเรียนครู่หนึ่ง แล้วก็เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หนิวหนิวตกใจถอยหลังไปสองก้าว ไปหลบอยู่ข้างหลังเจ้าของร้าน

สีหน้าของเจ้าของร้านซีดเผือดลงทันที

นางจำเจ้าผมเหลืองคนนี้ได้

เดือนที่แล้วมันเคยมาครั้งหนึ่ง ตัดผมราคาสิบห้าหยวน ตอนนั้นก็ยิ้มแย้ม บอกว่า “ฝีมือเจ้าของร้านไม่เลวเลย”

แต่พอวันรุ่งขึ้น มันก็พาคนสองคนมาหาเรื่องที่ร้าน บอกว่าตัดออกมาแล้วน่าเกลียด จะเอาเงินคืน นางไม่อยากมีเรื่อง เลยคืนให้ ไม่นึกเลยว่าผ่านไปแค่เดือนเดียว จะกลับมาอีก

นางวางกรรไกร ฝืนยิ้มออกมา “พวกนาย...จะตัดผมเหรอ”

“ตัดบ้าอะไร” เจ้าผมเหลืองทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ใช้ปลายรองเท้าขยี้ “พี่หลี่ ที่ตัดให้ฉันคราวก่อน มันอะไรกัน”

เจ้าของร้านอึ้งไป “คราวก่อนเหรอ”

“ก็เมื่อเดือนที่แล้วไง” เจ้าผมเหลืองเบ้ปาก ชี้ไปที่หัวยุ่งเป็นกระเซิงของตัวเอง น้ำเสียงยียวนกวนประสาท “ดูสิ ตัดออกมาได้สภาพนี้ กลับไปโดนเพื่อนล้อว่าน่าเกลียด หน้าฉันจะไปไว้ไหนดี พี่ว่าควรต้องให้คำตอบอะไรสักอย่างไหม”

รอยยิ้มบนใบหน้าเจ้าของร้านฝืนไม่ไหวแล้ว แต่น้ำเสียงยังสงบอยู่ “คราวก่อนนายไม่ได้บอกว่าพอใจเหรอ แถมเงินก็คืนให้นายไปแล้ว”

“คืนเงินแล้วมันจบเหรอ” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น “แล้วมันทำให้คนน่าเกลียดขึ้นได้ด้วยเหรอ ฉันบอกให้นะ เพราะทรงผมนี่แหละ แฟนฉันถึงบอกเลิก นายว่าความเสียหายนี่คิดยังไง รู้ไหมฉันตามจีบแฟนนี่ใช้เงินไปเท่าไหร่ เกือบหมื่นนะ โยนทิ้งลงน้ำหมดเลย”

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งข้างหลังก็พลอยเสริม “ใช่ๆ ต้องชดใช้”

เจ้าผมเหลืองเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง กวาดตามองทั่วร้าน แล้วกลับมาจับที่หน้าเจ้าของร้านอีกครั้ง

“พี่หลี่ ฉันว่าร้านพี่กิจการก็ไม่เลวนะ” มันพูดยานคาง “เดือนนึงก็ได้สักหมื่นแปดพัน พวกพี่น้องฉันก็ไม่เอามากหรอก เดือนละสองพัน คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข เรื่องทรงผมก็แล้วๆ กันไป”

เจ้าของร้านกำหวีในมือแน่น

“นี่มันกรรโชกชัดๆ...”

“เฮ้ย อย่าพูดจาให้มันน่าเกลียดสิ” เจ้าผมเหลืองหัวเราะ “นี่เรียกว่าค่าคุ้มครอง ตรอกนี้ไม่ค่อยสงบใช่ไหมล่ะ พวกฉันจะช่วยดูแลให้ พี่ก็ค้าขายไปสบายใจ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”

ไป๋ฉือที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองเจ้าผมเหลืองในกระจก แล้วมองสีหน้าซีดเซียวของเจ้าของร้านกับหนิวหนิวที่หลบอยู่ข้างหลัง จู่ๆ ในใจก็พลุ่งพล่านด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก

กระต่ายขี้ขลาดโดยสันดาน เมื่อเจอวิกฤตย่อมคิดแต่จะหลีกหนี ตอนที่อีกฝ่ายกร่างบุกเข้ามาเมื่อครู่ ไป๋ฉือเกร็งจนไม่กล้าหันไปมอง

แต่ตอนนี้ในหัวเขามีความคิดเดียวที่วกวนซ้ำไปมา

พวกคนพาล รังแกคนซื่อที่เปิดร้านเล็กๆ แบบนี้ มันเก่งนักหรือไง

“เสี่ยวชี” เขาท่องในใจ “ฟิลเตอร์”

“ติ๊ง——เปิดใช้งานฟิลเตอร์สุดโหดแล้ว”

“นายบอกว่าเธอตัดผมน่าเกลียด” เสียงของไป๋ฉือไม่ดัง แต่หางเสียงกลับทิ้งท้ายหนักแน่นในอากาศ “นายส่องกระจกบ้างไหม ที่น่าเกลียดน่ะ ทรงผม หรือหน้าเป็นกันแน่”

เจ้าผมเหลืองขมวดคิ้ว “แกเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับแก”

“ตัดออกมาน่าเกลียดแล้วมาโทษช่างตัดผมเนี่ยนะ” ไป๋ฉือไม่ตอบคำถามของมัน พูดต่อ “หน้ามันน่าเกลียดอยู่แล้ว ใครตัดก็เหมือนกันนั่นแหละ”

อากาศเงียบสงัดไปชั่วขณะ

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งสบตากัน ไม่กล้าส่งเสียง

สายตาของเจ้าผมเหลืองในที่สุดก็มาตกอยู่ที่ไป๋ฉือ กวาดมองขึ้นลง

มันเห็นชุดนักเรียนสีน้ำเงินกรมท่า เห็นตราโรงเรียนสีทองที่อกซ้าย แววตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

“น–นาย เรียนอยู่สถาบันนั้นเหรอ” เสียงของเจ้าผมเหลืองอ่อนลงไปครึ่งหนึ่งทันที

เซนต์แอนดรูว์ แน่นอนว่ามันรู้ดี วิทยาลัยขุนนางชั้นแนวหน้าของเมือง นักเรียนในนั้นไม่รวยก็มีอำนาจ จับใครสักคนออกมาก็ไม่ใช่คนที่มันจะหาเรื่องได้

เหงื่อผุดซึมบนหน้าผากเจ้าผมเหลือง

มันเดาไม่ออกว่าเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนวิทยาลัยขุนนางคนนี้มีพื้นเพอย่างไร ถ้าเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่มันแตะต้องไม่ได้ล่ะก็ มันไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวแน่

เจ้าผมเหลืองมองร้านตัดผมเก่าโทรมนี่อีกครั้ง ลูกตากลอกไปมา เหมือนกำลังคิดคำนวณอะไรบางอย่าง

มันประจบยิ้มออกมาอย่างน่าสมเพช เปลี่ยนสีหน้าได้เร็วกว่าพลิกหนังสือ “ท–ท่านชาย ท่านรู้จักเจ้าของร้านเหรอครับ อุ๊ยตาย ผมไม่รู้ เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันไปหมด...”

“เข้าใจผิดเหรอ” ไป๋ฉือทวนคำ

“ครับๆๆ เข้าใจผิด” เจ้าผมเหลืองรีบผงกหัว พลางส่งสายตาให้ลูกน้องสองคนข้างหลัง “พวกเราแค่ล้อเล่น ล้อเล่นกับพี่หลี่น่ะ ใช่ไหม”

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งผงกหัวตาม “ล้อเล่นครับ ล้อเล่น”

“ขอโทษ” ไป๋ฉือว่า

เจ้าผมเหลืองยิ้มแหยๆ ถอยหลังไปสองก้าว มือถูกับกางเกง โค้งตัวให้เจ้าของร้านจนเกือบเก้าสิบองศา “ขอโทษครับๆ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว...”

“...อีกอย่าง” เสียงของไป๋ฉือไม่ดัง แต่กลับทำให้เอวที่เพิ่งยืดตรงของเจ้าผมเหลืองแข็งค้างไป

“ก้นบุหรี่บนพื้น เก็บให้เรียบร้อยแล้วค่อยไป”

เจ้าผมเหลืองก้มลงมอง มุมปากกระตุก มันอยากจะพูดอะไรสักอย่าง อ้าปากแล้วก็หุบ

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งข้างหลังก้มหน้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

เจ้าผมเหลืองกัดฟัน ก้มลงเก็บก้นบุหรี่นั้นขึ้นมา

ขี้บุหรี่เปื้อนมือไปหมด มันก็ทำได้แค่กำไว้ ฝืนยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ “เก็บ–เก็บแล้ว...”

“คราวหน้าอย่าทิ้งเรี่ยราด” ไป๋ฉือว่า

“ไม่ทิ้งแล้ว ไม่ทิ้งแล้ว...” เจ้าผมเหลืองกำก้นบุหรี่ไว้ พยักหน้าหงึกๆ ถอยไปถึงประตู หมุนตัวเตรียมออกไป

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งรีบตามไป

“ไป๋ไป๋ นายนี่โหดจัง ฉันชอบมากเลย” เสี่ยวชีชมไม่หยุดอยู่ในหัว

มือของเจ้าผมเหลืองเพิ่งจับลูกบิดประตู หางตาก็เหลือบไปเห็นเงินย่อยกองนั้นบนเคาน์เตอร์กระจก

มันชะงักเท้า หันกลับมา มุมปากค่อยๆ แสยะยิ้ม

“เดี๋ยวนะ นักเรียนเซนต์แอนดรูว์ตัดผมสิบห้าหยวนเนี่ยนะ” เจ้าผมเหลืองหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นแฝงความหมายชวนอึดอัด “แถมเป็นเงินย่อยทั้งนั้น”

สายตาเจ้าผมเหลืองกลับมาจับที่ไป๋ฉืออีกครั้ง คราวนี้มองละเอียดกว่าเดิม

ไป๋ฉือตัวผอมราวกับลมแรงพัดก็ปลิว นั่งเงียบๆ บนเก้าอี้เก่าๆ นั้น ทั่วร่างไม่มีท่าทีหยิ่งผยองแบบที่คุณชายตระกูลใหญ่พึงมีแม้แต่น้อย

ที่สำคัญที่สุด คุณชายตระกูลรวยจริงๆ จะมาร้านตัดผมเก่าๆ ในตรอกแบบนี้หรือ

“ชิ” มันหัวเราะเยาะ ความเกรงใจบนใบหน้าหายวับไปราวกับมายากล แทนที่ด้วยความกร่างแบบจงใจ “นึกว่าจะมาไม้ไหนซะอีก”

มันเดินกลับมา เอียงหน้าเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะเสียดแทง “ไอ้กระจอกจนตรอกที่แม้แต่ค่าตัดผมยังไม่มี มาทำเป็นคุณชายอยู่นี่ได้”

ไอ้ไม้ไผ่กับไอ้มันฝรั่งตามหลังเจ้าผมเหลืองมา สบตากัน

ไอ้มันฝรั่งสมทบ “สิบห้าหยวน ค่าตัดผมผมยังแพงกว่านี้เลย”

ไอ้ไม้ไผ่ไม่เอ่ยเสียง สายตากวาดมองไป๋ฉือรอบหนึ่ง ชุดนักเรียนซักจนซีด รองเท้าที่ดูไม่ออกว่ายี่ห้ออะไร ข้อมือผอมจนกระดูกนูน

มันเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเจ้าผมเหลือง

เจ้าผมเหลืองฟังจบ กวาดตามองไปที่อกของไป๋ฉือ จู่ๆ ก็ยื่นมือไปคว้าตราโรงเรียนบนชุดนักเรียน หนีบไว้ระหว่างนิ้วแล้วกระตุก

“ไม่ใช่สิ ไอ้นี่ของจริงหรือเปล่า”

จ้าวกระต่ายอายุสามร้อยปี ไม่เคยเป็นสัตว์ที่อารมณ์ดีมาตั้งแต่แรก

กระต่ายจนตรอก ก็กัดคนเป็นเหมือนกัน

“ปล่อย”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com