บทที่ 1 กระต่ายน้อยขี้หึงไม่อยากทำตัวดุ
ไป๋ฉือลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าเป็นความมืดสลัว
เขาตั้งใจจะเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหว แต่ก็ทำไม่ได้ มันว่างเปล่า
นอนอยู่บนโซฟาหนังแท้ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหนังจาง ๆ ปนกลิ่นสนิมที่แตะจมูกเป็นระยะ
เขาสูดจมูก กลิ่นนี้ต่างจากกลิ่นหญ้าในถ้ำโดยสิ้นเชิง
คราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่มุมปาก หน้าอกอึดอัดแน่น ทุกครั้งที่หายใจเข้าออกก็เจ็บร้าวตื้อ ๆ
ในหัวพลันดัง “ติ๊ง” เบา ๆ
หน้าจอโปร่งแสงเรืองสีฟ้าอ่อน ลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้า
“ติ๊ง ระบบสลับชะตาพลิกชีวิตยืดอายุ ผูกพันสำเร็จแล้ว”
“โฮสต์: ไป๋ฉือ”
“ตัวตนปัจจุบัน: สมาชิก F4 แห่งวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ บุตรชายคนเล็กตระกูลไป๋ (ลูกนอกสมรส)”
“แท็กหลัก: ขี้โรคเปราะบาง หน้าตางดงามล่มเมือง ตัวประกอบชายขอบครอบครัว มีชีวิตไม่ถึงสิบแปดปี (อายุขัยคงเหลือ: 6 เดือน)”
“แนวทางภารกิจ: หลุดพ้นจากวิถีเดิมที่อ่อนแอเก็บกดของร่างเดิม เชิดหน้าตามใจฉัน ปรบหน้าคนที่ดูถูกเจ้า พลิกชีวิตให้สำเร็จ หากไม่ทำ จะปลดล็อกรางวัลยืดอายุไม่ได้”
ไป๋ฉือ: “……”
เมื่อครู่เขายังบำเพ็ญเพียรอยู่ดี ๆ โดนสายฟ้าไล่ฟาด พริบตาต่อมาก็ร่วงลงมาในร่างที่แตะนิดก็แหลกสลายนี่ ทั้งยังมี “นาฬิกานับถอยหลังความตาย” ที่จะหมดอายุเมื่อไหร่ก็ได้ติดตัวมาอีก
ความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับน้ำที่พังทลาย
ร่างเดิมก็ชื่อไป๋ฉือ เป็นลูกนอกสมรสของตระกูลไป๋ที่ไม่มีใครรู้เห็น ไม่ทราบแม่บังเกิดเกล้า ป่วยกระเสาะกระแสะตั้งแต่เล็ก กินยาเป็นเพื่อนตลอดปี
พี่ชายทั้งสามของตระกูลไป๋ล้วนเป็นยอดคน ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองน้องชาย “หม้อยา” คนนี้
อาศัยเส้นสายของครอบครัว เขาถูกยัดเยียดเข้าไปเรียนที่วิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์
คนนอกต่างลือกันว่าวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์รวบรวมทายาทสี่ยอดตระกูลไว้ เรียกว่า “F4 แห่งเซนต์แอนดรูว์”
แต่ตำแหน่งนี้ไม่เคยมีที่ของเขา เป็นแค่เพราะเห็นแก่หน้าตระกูลไป๋ ถึงได้ให้ตัวตนติดป้ายไว้ตัวหนึ่ง
ที่เซนต์แอนดรูว์ ไม่มีใครถือสาตัวตนลม ๆ แล้ง ๆ นั่นของเขา
แม้แต่จี้หวยโจว ลู่ฉือเยวียน และเสิ่นทิงหลานที่อยู่กลุ่มเดียวกัน ก็ไม่เคยมองเขาเป็นพวกพ้องอย่างแท้จริง
ร่างเดิมไป๋ฉือขี้ขลาดฝังลึกถึงทรวง พูดจาเสียงเบาเหมือนยุงร้อง ปกติใช้ผมปิดตาและคิ้ว อยู่ในวิทยาลัยเหมือนคนที่ไม่มีใครมองเห็น
ต่อหน้าสามคนนั้นยิ่งเอาแต่ก้มหน้า ตัวตนไม่สู้คนรับใช้เสียด้วยซ้ำ
ไม่มีใครคาดคิดว่าชีวิตของเขาจะจบลงอย่างเดียวดายเช่นนี้
หนึ่งชั่วโมงก่อน เขามีอาการหัวใจวายเฉียบพลันในห้องพักอันเงียบเหงานี้ ร่างกายทรุดลงบนโซฟา มือถือก็หล่นกระแทกพื้นตามไป
หน้าจอยังสว่างค้างอยู่ที่หน้ารายชื่อ เบอร์บนสุดคือเบอร์ของพี่ชายทั้งสาม
เขารู้ว่าปกติพวกเขายุ่งวุ่นวาย ต่อให้โทรไป โชคดีที่รับสาย คงได้แต่คำว่า “อะไรอีก” อย่างห่างเหิน ถูกมองเป็นตัวปัญหาไร้สาระ
ส่วนช่องแชทกลุ่มด้านล่าง มีกล่องข้อความ “F4 แห่งเซนต์แอนดรูว์” วางอยู่เงียบ ๆ ชื่อของจี้หวยโจว ลู่ฉือเยวียน และเสิ่นทิงหลานสะดุดตาเป็นพิเศษ
เขารู้ดีแก่ใจว่าประตูของวงพวกนั้น ไม่เคยเปิดรับเขาเลย
มือสั่นเทายื่นไปทางมือถือ เขาอยากกดเบอร์ฉุกเฉิน แต่หมดแรงทั้งตัว นิ้วสั่นจนกดหน้าจอไม่ถูก
เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายไขว่คว้า แต่มือถือกลับหลุดจากฝ่ามืออีกครั้ง จอมืดสนิทลง
ในรายชื่อยาวเหยียด กลับไม่มีสักคนที่เขาจะกดโทรหาได้โดยไม่ลังเลในยามสิ้นหวัง
เขาจากไปอย่างเดียวดาย ไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย
และร่างที่ถูกทอดทิ้งไว้ในมุมมืดนี้ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง วิญญาณก็เปลี่ยนเป็นคนละคนแล้ว
ในใจไป๋ฉือทั้งเปรี้ยวและอ่อน รู้สึกสงสารร่างเดิมอย่างไม่รู้สาเหตุ ชีวิตนี้ผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับฝุ่นผงที่ใครเก็บมาตกไว้ในซอกมุม ไร้คนเหลียวแล
ที่จริงตัวเขาเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่
เขาเป็นเพียงกระต่ายที่ตั้งใจบำเพ็ญเพียรมาสามร้อยปี คิดแค่ข้ามภัยแลัวพุ่งทะยานสู่สวรรค์อย่างราบรื่น ใครจะรู้ว่าสายฟ้าเบี่ยงทิศ ฟาดลงมาที่หนึ่ง วิญญาณก็ถูกระบบที่โผล่มาเสียไม่รู้เก็บเกี่ยวไป ยัดลงมาในร่างอ่อนแอที่อาจสิ้นลมเมื่อไหร่ก็ได้นี่
“โฮสต์อย่าเศร้าไปเลย ข้าคือระบบพลิกชีวิตยืดอายุของเจ้า เมื่อครู่ถ้าข้าไม่ปกป้องวิญญาณเจ้าไว้ เจ้าคงสลายไปแล้ว” เสียงของระบบนุ่มนวลอ่อนโยน
“ดูสิ ร่างที่ข้าเลือกให้เจ้าสวยแค่ไหน ขาวเนียน ปากแดง ใบหน้ากระจ้อยร่อย เหมือนกับตอนเจ้าเป็นกระต่ายไม่มีผิดเลย! แล้วตัวตนนี้ของเจ้าก็น่าสนใจจะตาย คุณชายขี้โรค ฟังดูน่าค้นหาออก!”
“ไม่ดีเลยสักนิด” ไป๋ฉือพูดอย่างหงอยเหงาในใจ “ร่างนี้มีชีวิตไม่ถึงสิบแปดปีด้วยซ้ำ”
“แค่เจ้าสู้ต่อ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป” ระบบปลอบเบา ๆ
“ทำภารกิจสำเร็จ จะให้รางวัลยาวิเศษเก้าทบต่อชีพ ถึงตอนนั้นเจ้าก็อยู่จนเฒ่าชราในชาตินี้ได้อย่างสงบสุข พอชาตินี้จบ วิญญาณมั่นคงแล้ว ยังกลับไปบำเพ็ญต่อได้ ไม่เสียเวลาเลย”
“เมื่อก่อนเจ้าบำเพ็ญในป่าตลอด ยังไม่เคยใช้ชีวิตในโลกมนุษย์เลย อาศัยโอกาสนี้ลองดูสิ น่าสนุกกว่าในป่าเขาตั้งเยอะ ไม่อยากลองหรือ?” ระบบพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
“แล้วเจ้าวางใจเถอะ ความเสียใจของร่างเดิมมีคนช่วยให้สมปรารถนาแล้ว”
“ยังไงนะ?”
“ก่อนร่างเดิมไป มีระบบเก็บตกหาตัวเขา” ระบบว่า “คอยช่วยเหลือคนที่จากไปพร้อมความเสียใจแบบนี้ให้สมหวัง ข้าเคยเห็นระบบนั้น น่าเชื่อถืออยู่นะ”
ไป๋ฉือไม่พูดอะไร รอให้มันเล่าต่อ
“ระบบเก็บตกถามเขาว่า เอาร่างให้ผู้มีวาสนา แลกด้วยการกลับชาติมาเกิดใหม่ทั้งหมด ยินดีไหม? เกิดใหม่แล้วมีบ้าน มีคนรัก ร่างกายก็ดีด้วย”
“เขาตกลงหรือ?”
“ไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ” ระบบเสียงเบาลงเล็กน้อย “แล้วยังฝากประโยคหนึ่งมาบอกเจ้าด้วย”
บนจอแสงค่อย ๆ ปรากฏลายมือเรียบร้อยบรรจง:
“ถึงคนที่จะมาอยู่ในร่างนี้ต่อจากนี้:
ฉันขี้ขลาดเกินไป อ่อนไหวเกินไป ทั้งชีวิตก็เรียนไม่รู้จักวิธีสนิทกับคน สุดท้ายแม้แต่ตอนจากไปก็ไม่มีใครสนใจ
หวังว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญหน่อย ตามสบายหน่อย อย่าใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังเหมือนฉัน
ถ้าเป็นไปได้ ก็ช่วยสัมผัสความรู้สึกที่มีใครสักคนเก็บเราไว้ในใจแทนฉันที ให้โลกนี้เคยจดจำว่ามีคนแบบนี้อยู่คนหนึ่งเถิด”
ไป๋ฉือจ้องมองข้อความนั้นอยู่นาน
เขาบำเพ็ญอย่างโดดเดี่ยวมาสามร้อยปี ปกติก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด แต่ความเปลี่ยวเหงาที่ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือของร่างเดิมกลับทำให้อกเขาอึดอัดเบา ๆ ราวกับถูกอะไรบีบเบา ๆ ทีหนึ่ง
“เขา... รอบตัวไม่มีใครที่จริงใจกับเขาเลยสักคนหรือ?” ไป๋ฉือถาม
“ไม่มี” เสียงของระบบเบาลงหลายส่วน
“สุขภาพเขาไม่ดี ตระกูลไป๋ไม่อยากใส่ใจ ส่งแต่คนดูแลมาผลัดเวรดูแล คนผลัดไปหลายรอบ ไม่มีแม้แต่ใครที่ห่วงหาเขาจริง ๆ”
ไป๋ฉือนิ่งเงียบครู่หนึ่ง
“ต่อไปเขาจะได้ดีไหม?”
“ได้” ระบบตอบเบา ๆ “ชาติหน้า เขาจะมีชีวิตที่สมบูรณ์เป็นของตน”
“งั้นก็ดี” ไป๋ฉือหลุบตาลง แล้วมองข้อความนั้นอย่างสงบนิ่งอีกรอบ
ให้โลกนี้เคยจดจำว่ามีคนแบบนี้อยู่คนหนึ่งเถิด
เขาท่องอยู่ในใจเบา ๆ รอบแล้วรอบเล่า
ครู่ต่อมา เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเบาแต่จริงจังเป็นพิเศษ:
“ได้ ข้าต้องทำอะไรบ้าง?”
“เดินเนื้อเรื่องไง” ระบบร้องอย่างร่าเริง “ในเรื่องเดิมเจ้าก็คือเด็กน่าสงสารไม่มีใครรัก ถูกทุกคนมองข้าม สุดท้ายก็ตายอย่างโดดเดี่ยว”
“แต่ตอนนี้เจ้ามาแล้ว พวกเราต้องเดินแนวพลิกชีวิต ไม่ต้องหวาดกลัวเก็บกดอีกต่อไป เจ้าต้องอยู่อย่างเด็ดเดี่ยวเฉิดฉาย ใครดูถูกเจ้า เจ้าก็ดุเข้าไป ตอกกลับ ปรบหน้าคนเลวให้ดัง ๆ สร้างผลงาน แข็งแกร่งขึ้น แล้วทำให้ทุกคนตะลึง!”
ไป๋ฉือ: “......”
เขาเป็นกระต่ายชอบกินหญ้า ชอบอาบแดด ชอบนอนขดเป็นก้อน
ให้เขาดุหรือ?
“วางใจได้ไป๋ไป๋ ข้าหนุนหลังให้เจ้า แถมเตรียมของขวัญชุดต้อนรับมือใหม่ให้ด้วยนะ!” ระบบแนะนำอย่างตื่นเต้น
“ให้【ฟิลเตอร์กลิ่นอายดุเดือด】พิเศษเฉพาะตัว แล้วก็มี【วาบหลบหลีก】กับ【เพิ่มแรงปะทะ】เฉพาะกระต่ายด้วย เจอเรื่องจริงก็ไม่เสียเปรียบ ข้าที่นี่แลกยารักษาแผล การ์ดนิสัย บัฟชั่วคราวและของอื่น ๆ ได้ ใช้ดีแน่นอน ข้าช่วยเจ้าตลอดทาง”
“ไป๋ไป๋?”
“นี่คือชื่อเล่นที่ข้าตั้งให้เจ้า ไป๋ไป๋ไม่ใช่กระต่ายนุ่มนิ่มน่ารักหรอกหรือ? ไป๋ไป๋เรียกข้าว่าเสี่ยวชีก็ได้” ระบบพูดอย่างร่าเริง
ยังดีที่มี “ฟิลเตอร์ดุเดือด” ไม่ต้องให้เขาไปตะเบ็งเสียงใส่ใครจริง ๆ เพิ่งยืนอยู่เฉย ๆ ก็ทำท่าทางไม่น่าหาเรื่องได้
ไป๋ฉือสูดลมหายใจเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มราวกับเจือนม แถมเจือแหบแห้งของอาการป่วย: “ได้สิ เสี่ยวชี”
บนโซฟา เขาชักขาขึ้น แล้วย่อตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
นี่เป็นนิสัยตอนเขาเป็นกระต่าย พอถึงที่ใหม่ก็หดตัวเงียบ ๆ สังเกตการณ์ รอจนเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้วค่อยขยับ
เพียงแต่เขายังกลุ้มเล็กน้อย
แม้แต่แกล้งดุยังต้องพึ่งระบบช่วย ตัวเขาทำให้ใครรู้สึกใส่ใจจากก้นบึ้งหัวใจได้จริงหรือ?
“ได้แน่นอน! จากนี้พวกเราก็มาสร้างผลงาน สร้างเรื่องกันให้ดี!” เสี่ยวชีรับคำทันทีอย่างตื่นเต้น
สิ้นเสียง ทางเดินนอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาจากไกล
ร่างของไป๋ฉือแข็งทื่อขึ้นจนแทบสังเกตไม่เห็น ร่างนี้เหมือนมีสัญชาตญาญฝังลึก พอได้ยินมีคนเข้ามาใกล้ ก็คิดอยากหลบ อยากหดตัวให้แน่นกว่าเดิม
“อย่ากลัว!” เสี่ยวชีให้กำลังใจในสมองเขาทันที “รับมือตามปกติก็พอ เรื่องกลิ่นอายข้าคุมให้!”
มือของไป๋ฉือกำแน่นเล็กน้อย สูดลมหายใจช้า ๆ
เสียงฝีเท้าหยุดลงนอกประตู
มีคนจับลูกบิดประตู