หลี่จิ่งชวนฟื้นแล้วหรือ
แม้ยามนี้จะดึกมากแล้ว
หลี่ชิงลั่วยังต้องรีบออกจากเมือง ก่อนที่ตวนหรงฉือจะรู้ตัว
แต่เมื่อได้ยินว่าหลี่จิ่งชวนเป็นฝ่ายต้องการพบนาง นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปหาเขาสักครั้ง
สวนชิงจู
ยามหลี่ชิงลั่วไปถึง หลี่จิ่งชวนกำลังดื่มยา
เมื่อเห็นนางมา เขาก็ใช้มือดันชามยาออกไปเล็กน้อย
“ถอยออกไปเถิด”
เมื่อสาวใช้เห็นหลี่ชิงลั่ว ก็รีบลุกขึ้นคารวะ จากนั้นจึงออกไปพร้อมฉู่เอ๋อร์ที่ตามนางมา
“หลัวเอ๋อร์”
หลี่จิ่งชวนเงยหน้าขึ้น มองหลี่ชิงลั่วด้วยแววตาหม่นหมอง มุมปากเผยรอยยิ้มขื่นขม
“ข้ากับเจ้ารู้จักกันมานาน แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราต่างเผชิญหน้ากันในฐานะที่แท้จริงของตน”
“ข้าอยากแนะนำตัวกับเจ้าอย่างเป็นทางการ... เดิมทีข้าควรแซ่หลี่ นามว่าจิ่งชวน”
“ข้าคิดว่า ข้าคงเป็นพี่ชายต่างมารดาที่พลัดพรากจากเจ้ามาหลายปี”
“ยินดีที่ได้พบเจ้า หลัวเอ๋อร์”
หลี่ชิงลั่วเบือนหน้าไป สูดลมหายใจเข้าลึกหลายครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองเขา
“เช่นนั้นที่ผ่านมา เจ้าก็หลอกข้ามาตลอดหรือ”
“ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันในคุกใต้ดินตระกูลเผย เจ้าก็รู้แล้วว่าข้าเป็นใครใช่หรือไม่”
หลี่จิ่งชวนกล่าวว่า “ไม่ใช่”
“ตลาดตะวันตก โรงตีเหล็ก เจ้ายังจำได้หรือไม่”
หลี่ชิงลั่วจึงเข้าใจ “เป็นเจ้าเองหรือ!? เจ้าคือทายาทเจ้าของร้านตีเหล็กแห่งนั้นหรือ”
“ภายหลังเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคนสกุลหลี่ จึงไม่อยากรับแบบแปลนของข้าแล้วใช่หรือไม่”
หลี่จิ่งชวนไอสองสามครั้ง ก่อนจะปรับลมหายใจให้สงบลง แล้วค่อยกล่าวช้า ๆ “ใช่ ที่จริงข้าชื่นชมความสามารถของเจ้ายิ่งนัก นี่คือพรสวรรค์ของเจ้า หลัวเอ๋อร์”
“บนโลกนี้มีคนไม่มากนักที่จะวาดสิ่งที่คิดไว้ในใจออกมาได้ทันทีที่จรดพู่กัน”
“เจ้ายังเป็นสตรีที่ไม่เคยสัมผัสอาวุธคมมาก่อน ตอนนั้นท่านย่าเพิ่งตามเจ้ากลับมาได้ไม่นาน ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน”
“แม้แบบแปลนที่เจ้าวาดจะดูไม่งดงามนัก แต่ความคิดและโครงสร้างที่เจ้าออกแบบนั้นนับเป็นพรสวรรค์อันหาได้ยาก”
“ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเจ้าเองก็เป็นเด็กน่าสงสารคนหนึ่ง พอรู้ว่าเจ้าเป็นคนสกุลหลี่ ข้าก็คิดว่าจะไม่เข้าไปพัวพันอีก จึงผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้า”
“พี่ผิดเอง ข้าขอโทษเจ้า”
