ฉู่เอ๋อร์พูดขึ้นว่า "ยังมีตระกูลชวีอีก หากถึงขั้นนี้แล้วยังหน้าม้าหน้าอยู่ไม่ยอมถอนหมั้น แสดงว่ามีแผนการอื่นซ่อนอยู่ เราก็ทำให้เรื่องนี้รู้ไปทั่วทั้งใต้หล้าเถิด!"
พอเอ่ยถึงการถอนหมั้น หลี่ชิงลั่วก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
ถอนหมั้นกับจวนจงอี้โหวไปแล้ว ยังต้องมาเจอกับตระกูลชวีอีก
และตระกูลชวีนี้ หาใช่การหมั้นหมายที่ชอบด้วยกาลเทศะไม่ หากเป็นตอนที่หลี่เฉาจิ้งกับภรรยา ฉวยโอกาสที่นางกับท่านย่าไม่อยู่ แอบตกลงหมั้นหมายให้หลี่ชิงลั่วกับชวีเต้าซุนนั้นเอง
หลี่ชิงลั่วนึกถึงแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้
"หากจะก่อเรื่อง ก็ทำให้เรื่องใหญ่เข้าไว้ เรื่องที่หลี่เค่อชวานกับชวีเต้าซุนทำในวัดร้าง ก็แพร่ออกไปด้วย"
"อีกสองวันข้าจะให้แม่นมจางกลับไปจวนแม่ทัพสักครั้ง เก็บของเก่าบางส่วนของข้ากับท่านย่าออกมา แล้วก็ทวงหนังสือหมั้นคืน ส่งไปถอนหมั้นที่ตระกูลชวี"
ฉู่เอ๋อร์เป็นกังวลเล็กน้อย "หากตระกูลชวีไม่ยอมจริง ๆ จะทำอย่างไร?"
หลี่ชิงลั่ว "ไม่ยอม? ก็ให้เขาตายไปเสียสิ"
ตายแล้ว หมั้นหมายนี้ก็เป็นอันสิ้นสุดไปเอง
นับเสียว่าเป็นของขวัญชิ้นโตที่ส่งคืนให้ตระกูลชวี ที่บังอาจคิดวางยาพิษท่านย่า!
ฉู่เอ๋อร์จึงยิ้มออกมา "ความคิดของคุณหนูดียิ่งนัก บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้"
หลี่ชิงลั่วเรียกฉู่เอ๋อร์ไว้ "อย่าเพิ่งร้อน มีเรื่องหนึ่ง เจ้ารู้หรือไม่ว่าหนังสือสัญญาขายตัวของครอบครัวแม่นมฉางทั้งหมดอยู่ที่ใด?"
ฉู่เอ๋อร์ไม่รู้จริง ๆ จึงไปถามแม่นมเติ้ง
แม่นมเติ้งยังพักฟื้นร่างกาย ไม่สามารถไปตรวจสอบด้วยตัวเองได้ จึงให้คนไปเรียกแม่นมเจิ้งมา
"เจิ้งเอ๋ย ข้าป่วยนอนไม่ได้ช่วยคุณหนูทำงานช่วงนี้ ข้าก็ให้โอกาสเจ้าได้ออกหน้าแทนข้า จะไปสืบด้วยตัวเอง หรือไปติดต่อกับอาอาเต๋อข้างนอกก็ได้ แต่ต้องรีบหาข้อมูลที่แม่นยำที่สุดมาให้คุณหนูให้ได้"
อาอาเต๋อไม่สามารถเข้าไปในเรือนชั้นในได้ เพราะฉะนั้น หลายเรื่องจำเป็นต้องมีแม่นมคนหนึ่งออกหน้า
แม่นมเจิ้งรับคำอย่างดีใจ
วันรุ่งขึ้นนางก็นำข่าวมาหาหลี่ชิงลั่ว
"คุณหนู ตอนที่แม่นมฉางมาเป็นสินเดิมนั้น เอาครอบครัวมาอยู่ที่จวนแม่ทัพด้วย ปีเหล่านี้ ครอบครัวนางในเรือนหลัง รุ่งเรืองเฟื่องฟู ถึงกับซื้อบ้านเล็ก ๆ สองชั้นนอกจวนไว้หลังหนึ่งแล้ว"
