หลี่ชิงลั่วกล่าวขึ้น “ถ้ากล่าวหาว่าอาหารมีพิษ แปลว่าหอสุราข้าเป็นผู้ลงมือกระนั้นหรือ”
“ชาวหอสุราสักผู้ใดจะโง่เขลาถึงเพียงไร ยังลงพิษเจ้าหญิงอีก ช่างเป็นการเร่งเนรมิตความตายเข้าตัวโดยแท้!”
“ประการแรก พ่อครัวปรุงอาหารล้วนทำออกมาจากกระทะเดียวกัน”
“บ่าวผู้นำอาหารขึ้นมาแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าถาดใดจะถูกส่งไปเป็นภัตตาคารของเจ้าหญิง เพราะอาหารของทุกคนในวันนี้ นอกจากผู้ใดที่มีข้อห้ามด้านอาหารได้สั่งเป็นการเฉพาะแล้ว ที่เหลือล้วนเหมือนกันหมดสิ้น”
“เมื่อถึงห้องนี้ จึงได้นำขึ้นไปวางตรงหน้าพวกท่านทีละอย่างตามลำดับ”
“เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลที่ได้สัมผัสหรือเข้าใกล้ภัตตาคารของเจ้าหญิงหลังจากนั้น หาใช่เพียงบ่าวผู้วิ่งรับใช้เท่านั้นกระมัง บ่าวสาวของเจ้าหญิง รวมถึงกุลสตรีทั้งหลาย โดยแท้จริงแล้วไม่มีโอกาสเสียเลยหรือ”
คำไต่ถามทีละถ้อยคำของหลี่ชิงลั่ว ทำให้ทุกคนต่างร้อนใจกระวนกระวายขึ้นมาทั้งสิ้น
“จะเป็นพวกเราได้อย่างไร”
“ใช่แล้ว พวกเราจะอยากตายเสียได้”
“พวกเราจะต้องลงมือเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใด”
“คุณหนูหนานกง โปรดอย่าเพ้อเจ้อคาดคะเนไปเองเลย”
หลี่ชิงลั่วกล่าวว่า “จะเพ้อเจ้อหรือไม่ ถ้าเจ้าหญิงยังฟื้นคืนได้ ความจริงย่อมปรากฏชัดในไม่ช้า”
“หากบัดนี้สภาพของเจ้าหญิงไม่เป็นที่ชื่นบัน พวกเรายิ่งต้องเร่งพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองให้เร็วที่สุด”
“ผู้ใดที่เข้าใกล้นางหลังจากอาหารถูกนำขึ้นแล้ว”
“ย่อมมีความผิดข้อหาในใจทั้งสิ้น”
“แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง”
“นั่นคือเจ้าหญิงอาจถูกวางพิษมาแต่ก่อนจะเสด็จมาถึงหอสุราแห่งนี้ จากการเสวยของคาวหรือสุรา หรือไม่ก็บังเอิญถึงคราวที่พิษกำเริบพอดี จึงทำให้พิษปะทุขึ้น”
