ใจข้าว่างเปล่าโหว่เหวิด ทุกวันล้วนอยากรีบไปหาพัวเฟิง
อยากได้อยู่กินด้วยกันดั่งเมื่อครั้งก่อน อยากออกไปเดินย่านตลาด อยากพากันชมยามค่ำของเมืองหม่านถัว
การได้อยู่เคียงข้างเขา เป็นความสุขที่แม่ไม่อาจทดแทนแทนได้
แต่พัวเฟิงนั้นไปอยู่แดนอื่นเสียแล้ว
ท่านแม่ทัพตระกูลเจิ้งบอกว่า พัวเฟิงเดินทางไปหนานอาน
หนานอานไกลแสนไกล แต่ที่พัวเฟิงต้องรีบรุดไปถึง เพราะจะเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองการอภิเษกของเย็นเดียนกับองค์หญิงซิงเหยา
เย็นเดียนคือน้องชายที่เติบโตมาด้วยกันมาแต่ยังเยาว์วัย
ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ยิ่งนัก
ทว่าก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยเปล่งวาจาไว้ชัดแจ้ง หากข้ายินดีเดินทางร่วมไปด้วย หากสถานการณ์เป็นไปได้ เขาจะพาข้าไปด้วยมิใช่หรือ!
พัวเฟิงทำผิดสัญญาที่ให้ไว้แก่ข้า เรื่องนี้ทำให้ข้าโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก
เมื่อแม่เอ่ยปากว่าจะพาไปแคว้นหลานไห่พร้อมฮูหยินผู้เฒ่าเผยกับท่านหมอหลวงลั่ว ข้าจึงตอบรับทันที ด้วยประสงค์จะให้พัวเฟิงได้สัมผัสถึงความโกรธของข้าบ้าง
ทัศนียภาพอันวิเศษตลอดเส้นทางทำให้ข้ารู้สึกอิสระสำราญเหลือคณา ครั้นเวลาผ่านไป ข้าก็ทิ้งเรื่องพัวเฟิงไว้เบื้องหลัง ไม่คิดถึงเขาอยู่ในใจทุกวินาทีอีก
เรื่องนี้ทำให้แม่ยินดียิ่ง นางว่าข้าไม่จำเป็นต้องจมอยู่ในเมืองหม่านถัวตลอดชีวิต นางจะพาข้าไปยังแผ่นดินที่งดงามกว่า แม้กระทั่งให้ได้รู้จักผู้ที่นางไว้วางใจยิ่งกว่า และคู่ควรกับข้ายิ่งกว่า
คู่ควร?
ข้าจำเป็นอันใดที่ต้องคู่ควรกับใคร?
โน่นแม่ ท่านตั้งใจจะหาคู่สมรสให้ข้าหรือ?
แต่ป้าหลัวเอ๋อร์เคยว่าไว้ว่า หากข้าไม่ปรารถนา ก็อาจไม่สมรสตลอดชีวิตก็ได้มิใช่หรือ
ทว่าแม่กลับดูรีบร้อนเหลือเกิน
ที่แคว้นหลานไห่ นางเป็นฝ่ายเข้าหาชายหนุ่มผู้มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งหลายคน
ทั้งที่นางยังคงถอนใจเป็นบางคราวว่าหลายปีที่ผ่านมาได้แต่รบกวนเวลาของข้า ทำให้ข้าต้องทนทุกข์มามากมาย แม้บรรดาผู้มีอำนาจเหล่านั้นแห่งหลานไห่ก็ยังไม่อาจสมกับฐานันดรอันสูงส่งของข้าเลย
แต่ข้าไม่ชอบที่แม่กระทำเช่นนี้ ยิ่งไม่ชอบที่นางเอ่ยปากเช่นนั้น
