ถูกท่านบิ๊กบังคับรักทำไงดี?!

ตอนที่ 2 ปากไวจริงแม่คุณ!

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เซี่ยจือโจวยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งร่างก็ถูกจงหรันรัดเอวแล้วกลิ้งหลบเข้าไปหลังพุ่มไม้

วินาทีนั้นรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือคนที่โดนยิง เซี่ยจือโจวรู้สึกแค่ฟ้าดินพลิกคว่ำ แผ่นหลังกระแทกเข้ากับรากไม้ เจ็บจนเผลอสูดปาก ยังไม่ทันส่งเสียง มือใหญ่ร้อนผ่าวก็ปิดปากเขาเสียแล้ว

จงหรันทาบร่างลงมาทั้งตัว

สูทดำคลุ้งกลิ่นเลือดปกคลุมเขาไว้จนมิด อกกว้างหนากดทับหน้าอกของเขา ขายาวคร่อมอยู่ข้างกาย ล็อกเขาไว้ใต้ร่างจนขยับตัวไม่ได้

เซี่ยจือโจวขยับไม่ได้เลย ได้แต่เบิกตาโต ในรูม่านตาสะท้อนใบหน้าคมเข้มที่อยู่แค่คืบของจงหรัน

ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน

ลมหายใจของจงหรันรินผ่านหน้าเขา กลิ่นเลือดคละคลุ้ง ดวงตาจ้องมองเซี่ยจือโจวเขม็ง ริมฝีปากขยับเบา ๆ เปล่งคำสั่งไร้เสียงว่า—อย่าขยับ

เซี่ยจือโจวไม่กล้าขยับแล้ว

ทันใดนั้น เสียงจากภายนอกก็ดังขึ้น

“รอยเลือดขาดตรงนี้”

“ดูหลังต้นไม้นั่นหน่อย”

เป็นเสียงผู้ชายแปลกหน้า กดต่ำจนน่าขนลุก แถมยังไม่ใช่คนเดียว เสียงฝีเท้าบดใบไม้แห้งดังกราว ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้

สมองของเซี่ยจือโจวในชั่วอึดใจนั้นดำเนินมาถึงขั้นสุดท้าย จาก ‘ตกใจ’ กลายเป็น ‘กลัว’ อย่างสมบูรณ์

เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงปัญหาใหญ่หลวง—ตอนนี้เขากำลังกอดกลมกับผู้ชายใส่สูทดำ ถูกยิง กำลังถูกตามล่า และผู้ชายคนนี้เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์เป็นพวกมาเฟีย ถ้าพวกนั้นเจอพวกเขาเข้า พวกเขาจะทำยังไงกับเขา?

แกเห็นหน้าเรา แกเป็นพวกมันสินะ โทษที แกก็ต้องตายเหมือนกัน

ในหัวของเซี่ยจือโจวฉายหนังมาเฟียทั้งเรื่องทันที โดยเขาเป็นตัวประกอบที่ตายตั้งแต่ห้านาทีแรก ไม่มีแม้แต่บทพูด

ขอบตาเขาแดงก่ำขึ้นมาทันที

เขาพึ่งจะสิบแปดเอง พึ่งสอบติดมหา’ลัย กระเป๋ายังฝากไว้ที่ร้านขายของหน้า ม. ข้างในยังมีพริกดองฝีมือแม่อีกสองขวด เขายังไม่ได้ปูที่นอนหอเลย ยังไม่ทันเห็นหน้าเพื่อนใหม่ นี่จะมาตายบนเขาง่อนแง่นนี่เพราะผู้ชายไม่รู้จักที่ไหนอีกคนเนี่ยนะ?

ขาดทุนชะมัด!

คิดไปน้ำตาก็ไหลพรากลงมาแรง ไหลย้อยลงมาตามง่ามนิ้วที่จงหรันใช้ปิดปากเขา

จงหรัน: “?”

จงหรันรู้สึกถึงความชื้นแฉะอุ่น ๆ บนหลังมือ ก้มลงมองเล็กน้อยก็เห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสวย ๆ ของเซี่ยจือโจวตอนนี้คลอไปด้วยน้ำตา น่าสงสารจับใจ จมูกกระตุกฟุดฟิด

แววตาของเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ แต่มือก็ไม่ได้ปล่อย เพราะเสียงฝีเท้ายิ่งใกล้เข้ามาทุกที

มีคนเหยียบกิ่งไม้แห้งบนพื้น เกิดเสียงดังจนเซี่ยจือโจวสะดุ้งเฮือกทั้งตัว น้ำตาไหลแรงกว่าเดิม ทั้งร่างหดตัวเข้าไปในอ้อมแขนของจงหรัน ซบอกเขาด้วยสัญชาตญาณ เหมือนจะแทรกตัวเข้าไปซ่อนในร่างของอีกฝ่าย

นิ้วมือของเขากำคอเสื้อเชิ้ตของจงหรันไว้แน่น แขนของจงหรันก็กระชับมากขึ้น

เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงข้างพุ่มไม้ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่

เซี่ยจือโจวกลั้นหายใจ น้ำตายังเกาะอยู่บนขนตา ตัวแข็งทื่อ

เขาได้ยินคนข้างนอกพูด

“ไม่มีใคร”

“ไปทางโน้นตามต่อ มันโดนยิงไปไม่ไกลหรอก”

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ห่างออกไป

เซี่ยจือโจวยังไม่กล้าขยับ น้ำตายังร่วงเผาะ ๆ ลงบนหลังมือของจงหรัน

จงหรันยังคงค้างอยู่ในท่านั้นไม่ขยับ ลมหายใจของเขาเบาและสม่ำเสมอ หน้าอกแทบไม่กระเพื่อม ราวกับไม่ใช่คนที่ถูกยิง

เขาเอียงศีรษะ หูฟังไปทางที่เสียงหายไป ราวกับหมาป่าเดียวดายกำลังคำนวณระยะห่างของเหยื่อ

เซี่ยจือโจวมองใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วก็นึกถึงคำถามแปลก ๆ—ทำไมผู้ชายคนนี้แม้แต่ตอนฟังเสียงฝีเท้าก็หล่อจังวะ?

แล้วเขาก็ด่าตัวเองในใจ

เซี่ยจือโจว แกแทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้วยังมีกะจิตกะใจมานั่งติ่งอีกเรอะ?!

ผ่านไปอีกราวหนึ่งศตวรรษ—โอเค จริง ๆ คือสามนาที ในที่สุดจงหรันก็ค่อย ๆ คลายมือที่ปิดปากเขาออก

เซี่ยจือโจวสูดหายใจเฮือก แทบสำลักน้ำลายตัวเอง ไอแค่ก ๆ: “พวกนั้น... ไปแล้วเหรอ?”

จงหรันก้มลงมองเขาหน่อยหนึ่ง

เด็กหนุ่มทั้งร่างหดคุดคู้อยู่ในอ้อมแขนเขา เสื้อยืดสีขาวเปรอะไปด้วยเลือดกับดิน บนผมมีเศษใบไม้ติดอยู่ ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตา ตาก็แดง จมูกก็แดง บนขนตายังมีหยดน้ำตาเกาะอยู่ ทั้งร่างดูไม่ได้ไม่ต่างจากของที่เก็บมาจากถังขยะ

ถูกดวงตาที่ชุ่มช่ำแบบนี้มองอยู่ ในใจของจงหรันก็เกิดอารมณ์ประหลาดขึ้นมา

จงหรันเงียบไปพักหนึ่ง: “ร้องไห้ทำไม”

เซี่ยจือโจวได้ยินคำนี้แล้วน้ำตายิ่งไหลพรากกว่าเดิม

“ก็... ก็กลัวนี่!” เขาปาดน้ำตาอีกที เสียงสะอื้นฮัก ๆ “ฉันเกือบตายไปแล้วนะรู้มั้ย! ฉันพึ่งสิบแปดเอง! ยังไม่ได้เข้ามหา’ลัย! ในกระเป๋าฉันยังมีพริกดองแม่ทำอีกนะ! ถ้าฉันตายที่นี่แล้วใครจะกินพริกดองสองขวดนั้น!”

จงหรัน: “...”

“แล้วก็ตัวนายก็เต็มไปด้วยเลือด!” เซี่ยจือโจวพูดพลางรู้สึกน้อยใจมากขึ้นเรื่อย ๆ “เลือดนายเลอะฉันเต็มตัวเลย! เสื้อตัวนี้ฉันพึ่งซื้อใหม่นะ! ยูนิโคล่ะ! ตั้งหลายร้อย!”

จงหรันก้มมองสูทสั่งตัดราคาหกหลักของตัวเองแล้วก็นิ่งไปวินาทีหนึ่ง

“แล้วเมื่อกี้ในหัวฉันวิ่งผ่านหลายเรื่องเลย”

น้ำตาของเซี่ยจือโจวยังไหล ปากก็เปิดโหมดปืนกลโดยอัตโนมัติ: “ฉันแอบคิดว่าถ้าพวกนั้นเจอฉันจะทำไง จะฆ่าฉันไปด้วยไหม พ่อแม่ฉันก็จะกลายเป็นครอบครัวที่เสียลูกคนเดียว แม่ฉันต้องร้องไห้เป็นลมแน่ พ่อฉันก็ต้องบอกว่า ‘ฉันไม่น่าปล่อยให้มันมารายงานตัวก่อนตั้งแต่แรก’ ฉันยังไม่ได้คิดพินัยกรรมด้วยซ้ำ ฉันแค่ทันนึกถึงพริกดองของแม่เท่านั้น——”

“เซี่ยจือโจว” จงหรันตัดบท

“หะ?”

“พวกนั้นไปแล้ว”

“ฉันรู้แล้วนี่”

“...”

เซี่ยจือโจวอึ้งไปแป๊บ กระพริบตาปริบ ๆ แล้วก็ปาดน้ำตาอีกที “โอ้ ไปแล้วนี่เอง งั้นไม่เป็นไรแล้ว”

ทั้งกระบวนการเปิดปิดได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

จงหรันหลับตาลง แล้วลืมตาอีกครั้ง สายตาก็เริ่มพร่าเลือน

เสียเลือดมากเกินไปแล้ว อีกทั้งการเคลื่อนไหวเมื่อกี้ก็เร่งให้เลือดไหลมากขึ้น เขารู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ ไหลลงมาตามสีข้าง

เขาเอื้อมมือไปล้วงกระเป๋าด้านในของสูท

ว่างเปล่า ไม่มีมือถือ

“หาอะไรอยู่น่ะ?” เซี่ยจือโจวนั่งยอง ๆ ถามอยู่ข้าง ๆ

“มือถือ” เสียงของจงหรันทุ้มต่ำกว่าเมื่อก่อนอีก “สีดำ น่าจะหล่นอยู่แถวนี้”

เซี่ยจือโจวมองริมฝีปากซีดขาวของเขาแล้วก็เริ่มใจไม่ดีขึ้นมา เมื่อกี้ผู้ชายคนนี้ยังเป็นเหมือนภูเขากดทับเขาอยู่เลย ตอนนี้กลับดู... เหมือนจะทนไม่ไหวจริง ๆ แล้ว

“ห้ามขยับนะ! นายห้ามขยับเด็ดขาด! ฉันหาเอง!” เซี่ยจือโจวลุกพรวดขึ้น แล้วเกือบจะโซเซเพราะนั่งยองนานจนขาชา เกาะโคนต้นไม้ทรงตัวไว้ แล้วเริ่มค้นหา

เขาหมอบลงกับพื้นยกก้นตั้งแล้วค้นหาไปครึ่งนาที ในที่สุดก็เจอมือถือเครื่องหนึ่งในพงหญ้าใกล้ ๆ

“เจอแล้ว!” เซี่ยจือโจวชูขึ้นมาตื่นเต้น แล้วก็ชะงักไป

จอแตก

“นี่ใช้ได้ไหมเนี่ย?” เซี่ยจือโจวส่งมือถือให้อย่างระวัง

จงหรันรับมือถือมาลองดู

ยังดีที่ยังตอบสนอง ถึงจะหนืด ๆ อยู่บ้าง เขาปัดหน้าจอสองทีก็กดโทรหาหมายเลขหนึ่ง ยกมือถือแนบหู

“เฒ่าเฉิน” จงหรันเอ่ย น้ำเสียงนิ่งราวกับไม่ใช่คนที่เสียเลือดจนตัวซีด

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป