ถูกท่านบิ๊กบังคับรักทำไงดี?!

ตอนที่ 5 หนุ่มหล่อประจำคณะลงมือก็สำเร็จ!

8 นาที· 1.9K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

จงหรันไม่ได้ปฏิเสธ เขากำลังรังแกเด็กหนุ่มคนนี้อยู่จริง ๆ

เขายื่นมือไปล้วงกระเป๋าด้านในของสูท แล้วขมวดคิ้ว

นิสัยตอนออกจากบ้านของจงหรันคือจะพกของสองอย่างติดตัวเสมอ ปืนกับนามบัตร

ปืนใช้จัดการคนที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่ นามบัตรใช้ดึงคนที่ควรมีชีวิตอยู่มาเป็นพวก

นี่คือสิ่งที่จงเจิ้นซานผู้เป็นพ่อสอนเขา จะให้ใครสักคนหายตัวไป หรือจะให้คนนั้นยอมอยู่ใต้อำนาจของนาย

หลายปีมานี้เขาไม่เคยผิดไปจากกฎนี้ แต่กระเป๋าสตางค์ของเขาหายไป

ข้างในมีนามบัตรกับของอื่น ๆ อีกสองสามอย่าง

เซี่ยจือโจวสังเกตเห็นการกระทำของเขา จึงถามว่า “คุณหาอะไรอยู่”

“กระเป๋าสตางค์” น้ำเสียงจงหรันยังคงเรียบนิ่ง แต่คิ้วกลับขมวดแน่น เขาไม่ยอมให้ข้าวของของตัวเองหลุดรอดไปอยู่ข้างนอกเด็ดขาด

“กระเป๋าสตางค์เหรอ คุณทำกระเป๋าสตางค์หล่นหรือ” เซี่ยจือโจวกระพริบตา “งั้นผมช่วยหาดูแถว ๆ นี้ให้นะ”

เขายังไม่ทันรอคำตอบจากจงหรันก็ลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มเดินหาอยู่แถวนั้น

เซี่ยจือโจวกลับลงไปคลานกับพื้น ยื่นก้นโด่เด่ คุ้ยหาตามกองหินกับกิ่งไม้แห้ง ปากก็พร่ำพึมพำ “สีดำใช่ไหม กระเป๋าสตางค์ของคุณยี่ห้ออะไร แพงไหม บอกก่อนนะ ถ้าผมหาได้คุณต้องให้รางวัลผมนะ เปิดเทอมผมต้องซื้อกระเป๋านักเรียนใบใหม่...”

จงหรันพิงลำต้นไม้ มองดูเด็กหนุ่มที่กำลังยื่นก้นโด่เด่คุ้ยหาในพงหญ้า เสื้อยืดสีขาวของเขาพังเละเทะไม่มีชิ้นดีแล้ว หลังเต็มไปด้วยโคลน ผมมีใบไม้ติดอยู่ ความสะบักสะบอมของเขาไม่ได้ต่างอะไรกับคนที่ถูกยิงเข้าให้อย่างตัวเขาเองเลย

จงหรันก็พลันคิดขึ้นมาว่า ถ้าเฉินตู้มาที่นี่ตอนนี้แล้วเห็นภาพนี้เข้า อาจจะคิดว่าเขาถูกลักพาตัวไป

ส่วนคนร้ายก็คือเด็กนั่นที่กำลังยื่นก้นหา

“เจอแล้ว!” เสียงของเซี่ยจือโจวดังมาจากทางใกล้ ๆ แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่ค้นพบขุมทรัพย์

เขานั่งยอง ๆ อยู่หลังพุ่มไม้เตี้ยหนาทึบ ยื่นมือเข้าไปใต้กอหญ้า ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุหนังเรียบ ๆ เขาดึงมันออกมา พลิกดูในมือ สีดำ หนังแท้ ไม่มีโลโก้อะไรเลย แต่จับดูก็รู้ว่าราคาไม่เบา

“ใช่ใบนี้...” เขาลุกขึ้นแล้วหันกลับมา คำพูดที่เอ่ยค้างไว้กลางประโยคก็พลันติดขัด

ทางฝั่งของจงหรัน มีชายคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากพุ่มไม้อย่างไร้เสียง

ชุดดำ ถุงมือดำ มือถือปืนกระบอกหนึ่ง ปากกระบอกเล็งตรงไปยังศีรษะของจงหรัน

การเคลื่อนไหวของคนนั้นเบามาก เบาจนแทบไม่มีเสียง ใบหน้าไร้อารมณ์ใด ๆ แววตาเย็นเยียบ ราวกับงูที่กำลังเข้าใกล้เหยื่อ

แผ่นหลังของเซี่ยจือโจวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นในชั่วพริบตา

เขานึกขึ้นได้ คนพวกนี้เพิ่งจะไปหยก ๆ ไฉนถึงได้วกกลับมาอีก เจออะไรเข้าหรือเปล่า

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผลลัพธ์ก็คือสิ่งเดียวกัน ชายคนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าจงหรัน ปากกระบอกปืนจ่อศีรษะจงหรัน

ทางด้านจงหรันก็เห็นคนผู้นั้นตั้งแต่แรกแล้วเช่นกัน

สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ยังคงเป็นใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

แต่แววตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ในดวงตาดำขลับคู่นั้นมีบางอย่างเครียดตึงขึ้นมาในชั่วอึดใจ ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุมกำลังคำนวณหมากตัวสุดท้ายว่าควรจะเดินอย่างไร

มือของเขาขยับไปแตะที่บั้นเอวโดยไม่รู้ตัว แต่การเคลื่อนไหวนั้นทำได้เพียงครึ่งเดียวก็หยุดชะงัก

เซี่ยจือโจวสังเกตเห็นว่าตรงตำแหน่งนั้นของจงหรันว่างเปล่า

เขานั่งยอง ๆ อยู่หลังพุ่มไม้ ขาอ่อนยืนไม่ขึ้น ในหัวแล่นผ่านความคิดนับหมื่นว่าจะทำยังไงดี

วิ่งหนี ถ้าเขาวิ่งหนีไปแล้วจงหรันจะทำยังไง

วิ่งเข้าไปสู้ อีกฝ่ายมีปืน แล้วเขามีอะไร

ลมหายใจของเขาเริ่มถี่และสั้น หัวใจเต้นเร็วราวกับจะกระเด็นออกมาจากลำคอ จากนั้นเขาก็เห็นสายตาของจงหรันกวาดมาทางเขา

แนบเนียนมาก เบามาก เพียงชั่วเสี้ยววินาที

ดวงตาดำขลับคู่นั้นจับจ้องมาที่เขา แล้วก็เบนศีรษะไปทางอื่นเล็กน้อย เป็นนัยให้เขารีบไปเสีย

เซี่ยจือโจวดูออก

ทว่าเซี่ยจือโจวกลับลังเล ถ้าผมไปแล้วคุณจะทำยังไง คุณถูกยิงเข้าตั้งนัด จะเอาอะไรไปสู้กับเขา ใช้สายตาฆ่าเขาเหรอ

ทางด้านนั้น จงหรันก็เอ่ยปากขึ้นแล้ว

“นายเป็นลูกน้องของเฉินเป้าหรือ” น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่เจืออารมณ์ใด ๆ

คนผู้นั้นไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ยิง เขายืนอยู่ห่างจากจงหรันประมาณห้าเมตร ปากกระบอกปืนเล็งตรงไปที่ศีรษะของจงหรันอย่างมั่นคง ดวงตาไม่กะพริบ ดูคล้ายกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบอย่างไร

เขากำลังรออะไรอยู่

สมองของเซี่ยจือโจวหมุนคว้างด้วยความเร็วสูง

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าคนนี้มาคนเดียว พรรคพวกของเขาไม่ได้ตามกลับมาด้วย และเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่ เพราะเมื่อครู่ตัวเองนั่งยอง ๆ อยู่หลังพุ่มไม้ ถูกแนวต้นไม้บังมิด

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนผู้นี้หันหลังให้เขา

ส่วนเขาอยู่ข้างหลังอีกฝ่าย

เซี่ยจือโจวก้มลงมองมือของตัวเอง ในมือกำกระเป๋าสตางค์ของจงหรันไว้ เป็นหนัง ค่อนข้างหนาอยู่ แต่จะใช้มันฟาดคนก็ดูลำบากไปหน่อย

เขาลองมองไปที่เท้าตัวเองอีกครั้ง ก็เห็นก้อนหินก้อนหนึ่ง

ไม่ใหญ่ไม่เล็ก กำในมือได้พอดี ขอบไม่ถึงกับคมแต่ก็หนักพอสมควร

สมองของเซี่ยจือโจวตัดสินใจเลือกทางที่บ้าที่สุดในชีวิต ณ วินาทีนั้น

เขาจะทุบหัวคนคนนั้นให้สลบ

พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ตัวเขาเองยังรู้สึกว่าสมองของตัวเองคงจะถูกแมลงบนภูเขากัดเข้าให้แล้ว นั่นมันคนถือปืนนะ เด็กเพิ่งจบมัธยมปลาย ต่อยมวยสักยกสองยกก็แทบไม่เคยอย่างเขาจะไปจู่โจมนักฆ่าได้ยังไง

แต่ร่างกายของเขากลับขยับไปแล้ว

เขาก้มลงเก็บก้อนหินขึ้นมากำไว้ในมือ ส่วนมืออีกข้างยัดกระเป๋าสตางค์ของจงหรันใส่กระเป๋ากางเกง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มลงมือ

ท่วงท่าของเขาเบามาก ๆ เบาจนตัวเขาเองยังรู้สึกว่าทั้งชีวิตไม่เคยเงียบสงัดเท่านี้มาก่อน เขาก้าวไปทีละก้าวแนบกับพื้น ค่อย ๆ เข้าใกล้คนผู้นั้น

แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ไร้เสียงใด ๆ เขายังจำได้ว่าแม้แต่ลมหายใจเขายังกลั้นไว้ เพราะกลัวว่าเสียงหอบหายใจของตัวเองจะทำให้ตนเองถูกจับได้

หัวใจของเขาเต้นเร็วราวกับกำลังจะระเบิด ทว่าฝีเท้าของเขากลับมั่นคง

จงหรันเห็นเขาแล้ว สายตาข้ามผ่านไหล่ของคนผู้นั้นมาตกอยู่บนตัวของเซี่ยจือโจว

คิ้วของจงหรันขมวดขึ้นเล็กน้อย

เซี่ยจือโจวไม่ได้มองจงหรัน สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ท้ายทอยของอีกฝ่าย ในหัวมีเพียงความคิดเดียว โอกาสมีครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งเดียวเท่านั้น

เขาเหลือระยะห่างจากคนผู้นั้นอีกสามก้าว

เหมือนคนผู้นั้นจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ร่างกายขยับเล็กน้อย ศีรษะเริ่มเบี่ยงมาทางด้านของเซี่ยจือโจว

ไม่ทันแล้ว

เซี่ยจือโจวกัดฟันแน่น ก้าวพรวดเดียวเข้าไป เหวี่ยงก้อนหินในมือ ทุ่มสุดแรงเกิด พุ่งลงไปบนท้ายทอยของอีกฝ่าย

เสียงฟาดดังสนั่น

คนผู้นั้นแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาได้ครบคำก็ยังไม่ทัน ร่างก็ทรุดลงนิ่ม ๆ ล้มฮวบลงไปกองกับพื้น ปืนหลุดจากมือตกไปอยู่บนพื้น

เซี่ยจือโจวยังคงค้างอยู่ในท่ายกก้อนหิน หายใจหอบกระเส่าอย่างหนักหน่วง ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว

เขาก้มลงมองชายคนนั้นที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ท้ายทอยมีเลือดสีแดงเลือดนกไหลซึมออกมา

ในหัวของเขาพลันระเบิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

ผมฆ่าคน

“ผม...” น้ำเสียงของเขาเจือเสียงสะอื้น “ผมฆ่าคน”

ขาของเซี่ยจือโจวอ่อนแรง ทรุดตัวนั่งลงก้นกระแทกพื้น

“ผมไม่ได้ตั้งใจ เขาถือปืน เขาจะยิงคุณ ผม...”

เขาพูดจาติดขัด ร้องไห้จนสะอึกสะอื้น

“เซี่ยจือโจว”

น้ำเสียงของจงหรันดังมาจากทางนั้น

เซี่ยจือโจวเงยหน้าขึ้น ดวงตาอาบน้ำตา มองเขา

จงหรันพิงลำต้นไม้ ดวงตาล้ำลึกเต็มไปด้วยอารมณ์อันแรงกล้า จับจ้องเซี่ยจือโจวเข้าไว้ในสายตาอย่างมั่นคง

“เขายังไม่ตาย” จงหรันพูด “นายแค่ทำให้เขาสลบ”

เซี่ยจือโจวอึ้งไปครู่หนึ่ง น้ำมูกน้ำตาปรอะเปื้อนเต็มหน้า “...จริงเหรอ”

“จริง”

เซี่ยจือโจวก้มลงมองคนที่อยู่บนพื้น คนผู้นั้นยังคงหายใจอยู่ หน้าอกมีจังหวะกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา

เขายังไม่ตาย

เซี่ยจือโจวก็พลันรู้สึกเหมือนคนหมดแรง ราวกับถูกสูบจนว่างเปล่า เขาส่งเสียงร้องไห้โฮออกมา พอตั้งสติได้ก็รีบลดเสียงลงอย่างรวดเร็ว

เขาร้องไห้พลางแอบมองไปรอบ ๆ ตัวไปด้วย กลัวว่าจะมีคนถือปืนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้อีก

“อือแง้— ผมนึกว่าผมฆ่าคน ไม่อยากติดคุก ผมยังต้องเข้ามหาวิทยาลัย แม่รู้เข้าแม่ต้องตีผมตายแน่”

จงหรันพิงลำต้นไม้มองดูเขาร้องไห้

“เซี่ยจือโจว”

เซี่ยจือโจวเงยหน้าขึ้น จมูกยังมีฟองน้ำมูกใส ๆ อยู่

“มานี่” จงหรันพูด

เซี่ยจือโจวสูดจมูก ลุกขึ้นจากพื้น ขายังคงอ่อนแรงจนเซถลาไปเล็กน้อย จากนั้นก็เดินตุปัดตุเป๋ไปอยู่ข้างกายจงหรัน แล้วนั่งลงตรงตำแหน่งที่เขาบอก

ทันทีที่เขานั่งลง แขนข้างหนึ่งก็ยื่นมา

จงหรันคว้าไหล่ของเขาไว้ เซี่ยจือโจวยังไม่ทันตั้งตัว ทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไป แผ่นหลังกระแทกกับอกของจงหรัน ท้ายทอยแนบอยู่บนซอกคอของอีกฝ่าย

เขาถูกคนดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดทั้งตัวอย่างนั้น

สมองของเซี่ยจือโจวดับวูบไปในทันใด

หูของเขาแนบอยู่กับหน้าอกของจงหรัน ผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไรแล้ว” น้ำเสียงของจงหรันรินลงมาจากเหนือศีรษะ ทุ้มต่ำแหบพร่า เปี่ยมด้วยพลังที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ

จงหรันยกมือขึ้น ลูบศีรษะของเซี่ยจือโจวไปมาอย่างช้า ๆ

นิ้วมือค่อย ๆ เลื่อนไปทางด้านหลังลำคอ ทิ้งสัมผัสจาง ๆ คล้ายมีคล้ายไม่มีไว้บนผิวหนังของเซี่ยจือโจว

แฝงนัยแห่งการครอบครองอย่างเต็มเปี่ยม

ลำคอของเซี่ยจือโจวเหมือนถูกของร้อนจี้ ทั้งร่างสะดุ้งวาบอย่างแรง แต่อุ้งมือของจงหรันกลับยึดไว้ตรงนั้นอย่างมั่นคง ไม่ยอมให้เขาหนี

นิ้วมือของเขาขยับกำเข้าหากันเล็กน้อย โอบรอบลำคอเรียวบางของเซี่ยจือโจว แรงไม่หนัก แต่ก็มิอาจต่อต้านได้

“อยู่นิ่ง ๆ” น้ำเสียงของจงหรันยังคงแผ่วเบามาก

เซี่ยจือโจวเชื่อฟังและหยุดนิ่ง ค่อย ๆ ผ่อนคลายลงไปเรื่อย ๆ เหมือนแมวที่ถูกจับหนังท้ายทอย พอดิ้นรนไปสองสามทีแล้วพบว่าหนีไม่หลุดก็เลิกล้ม

หัวของเขาพิงอยู่บนตัวของจงหรัน ปลายจมูกคลอเคลียเสื้อสูทที่เปื้อนเลือด

“จงหรัน” เสียงของเขาดังออกมาจากหน้าอกของจงหรัน

“อืม”

“ลูกน้องของคุณจะมาถึงเมื่อไหร่กันแน่”

“ใกล้แล้ว”

“เมื่อกี้คุณก็บอกว่าใกล้แล้ว”

“ตอนนี้ใกล้แล้วจริง ๆ”

“...คุณหลอกคน”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป