เส้นทางรวย... กับรักเร้นลับ

บทที่ 4 เธอว่าไป๋เสวี่ยสวยไหม?

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ไป๋เสวี่ยเมื่อครู่ร้อนรนเกินไป ส่วนผมก็ก้มหน้าก้มตาใส่เสื้อผ้าตลอด ไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ตอนนี้เธอค้นพบว่ามันคืออะไร ทั้งคนถึงกับตกตะลึง!

เห็นเซียวซานเดินมา จึงได้สติ รีบร้อนลนลานช่วยผมเช็ดออก “พริกน่ะ! เมื่อคืนพวกเราสองคนไปกินปิ้งย่างมา!”

จากนั้นก็ส่งสายตาตำหนิมาให้ผมทีหนึ่ง ผมแค่ซื่อ แต่ก็ไม่ได้โง่ เข้าใจทันทีว่ามันคืออะไร

เซียวซานไม่ได้สังเกตความผิดปกติอันใด ถึงได้ตรวจดูผมที่อยู่ในชุดนักเรียนตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง

ยกมือตบเข้าที่ท้ายทอยของผมดังเผียะ “ไอ้เด็กเวร ดูดีมีราศีพอดู!”

ผมรีบตีเนียน ยิ้มทื่อ ๆ ตอบกลับไปทีหนึ่ง

ไป๋เสวี่ยในเวลานี้ถามอย่างไม่สบายใจ “เซียวซาน คุณจะพาเสี่ยวเล่อไปที่ไหนกันแน่?”

“ทำไม? กลัวฉันจับเขาไปขายหรือไง?”

ไป๋เสวี่ยมีสีหน้ากังวล “พูดอะไรน่า! ฉัน…ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง!”

เซียวซานในเวลานี้ลากผมขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับแล้ว “อย่ามายุ่งเลย ยังไงก็ไม่ตายหรอก!”

ผมนั่งบนเบาะหนังแท้ ไม่กล้าขยับแม้แต่นิด กลัวว่าจะไปทำให้อะไรเสียหายโดยไม่ตั้งใจ!

เซียวซานขึ้นรถถามผม “เคยขับรถไถไหม?”

ผมพยักหน้า “เคยขับ!”

ผมแต่เด็กเป็นคนอยู่ไม่สุข แถมยังช่างอยากรู้อยากเห็น ตอนนั้นแอบขับรถไถของกองบัญชาการหน่วยผลิตออกไปเตร็ดเตร่ไม่รู้กี่ครั้ง

“ลองขับนี่ดู ฉันอยู่ข้าง ๆ คอยสอน!”

“ผม…ให้ผมขับเหรอ?” ผมแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง นี่มันไม่ใช่รถไถนะ ถ้าขับชนเสียหาย เอาผมไปขายก็ชดใช้ไม่พอ

“มึงอย่ามัวพูดมาก! ให้ขับก็ขับ!”

ที่จริงแล้วรถยนต์กับรถไถไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แถมยังไม่ต้องใช้คันสตาร์ต ไม่นานผมก็ขับได้คล่องแคล่ว

รถจอด เซียวซานหยิบบุหรี่หนึ่งมวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก มองผม “สมองมันดีจริง ๆ!”

แต่แล้วก็มีแววเย็นชาฉายแวบมา “มึงไม่ได้แกล้งอ่อนแอแกล้งโง่ต่อหน้าฉัน รอวันแอบแทงข้างหลังฉันสักวันใช่ไหม?”

ผมรีบพูด “นี่…นี่มันง่ายกว่ารถไถครับ รถไถต้องขับในร่องดินในทุ่ง พวงมาลัยควบคุมยากกว่า…”

เซียวซานเห็นว่าผมตอบไม่ตรงคำถาม ถึงได้พอใจ ตบบ่าผมทีหนึ่ง “ล้อเล่นน่า! ไว้เจอกันวันหลังจะไปซื้อใบขับขี่ให้ นี่ก็ถือว่าทำงานแล้วนะ ต่อไปเดือนละสามร้อย ถ้าทำดีฉันจะเพิ่มให้อีก!”

สามร้อย? ในเวลานี้ผมถึงกับรู้สึกว่าเซียวซานก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น “คุณ…คุณจะให้ผมเป็นคนขับรถให้คุณเหรอ?”

เซียวซานพ่นควันบุหรี่ออกมาควันหนึ่ง ยิ้มประหลาด “ไม่ใช่ให้ฉัน แต่ให้เมียฉัน!”

แต่แล้วก็ถามขึ้นอีกประโยค “รู้จักยั่วยวนผู้หญิงไหม?”

นึกถึงว่าเมื่อคืนไป๋เสวี่ยบอกว่าเขาได้แผลเป็นนั่นมาก็เพราะภรรยาของเขา ผมอดไม่ได้ที่เท้าจะเย็นเยียบ “ไม่…ไม่เป็นครับ!”

ใครจะรู้ว่าเซียวซานกลับทำหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร! ฉันจะค่อย ๆ สอน! แต่ว่าพื้นฐานของมึงดี เป็นสเปกที่เธอชอบ!”

“ไปกันเถอะ! ไปวังเยาวชน”

ตอนนี้เซียวซานทำให้ผมงุนงงไปหมดแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าในน้ำเต้าเขาขายยาอะไร?

ตอนนั้นในตัวอำเภอมีรถอยู่ไม่กี่คัน เซียวซานคอยชี้ทางตลอด ไม่นานเราสองคนก็จอดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวัยเด็ก ราวกับสร้างจากบล็อกต่อเลโก้

ผมตามเขาเดินเข้าไปในวังเยาวชน มีเสียงเพลงเด็กดังแว่วมาจากห้องเรียนระลอกแล้วระลอกเล่า

อ้อมไปไม่กี่โค้ง ก็มาถึงห้องซ้อมเต้น ตอนนี้มีเด็กผู้หญิงสวมกระโปรงลายดอกไม้สิบกว่าคนกำลังเต้นรำอยู่

ถึงตอนนั้นอำเภอในเมืองก็ไม่ได้มั่งมีอะไร แต่ละบ้านมีลูกคนเดียว ทั้งยังพวกที่มาวังเยาวชนได้ก็ไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา แต่ละคนน่ารักราวกับเจ้าหญิงน้อย

พวกเธอกำลังซ้อมเต้นในชุดที่เรียกว่า "บุปผากับวัยเยาว์" แต่ไม่นานผมก็เห็นครูคนหนึ่ง ผู้หญิงกำลังกดขาเหยียดอยู่หน้ากระจกทั้งผนัง

ขาของเธอเบียดผายกว้างมาก ชุดเต้นรำ รองเท้าเต้นรำ ล้วนเป็นสีแดงสด เหมือนกัน ชับเน้นผิวที่ขาวเป็นประกายของเธอภายใต้แสงสลัว

เอวคอดเล็ก ทรวงอกสูงล้ำ ลำคอขาวผ่องยิ่งราวกับหงส์ขาวผู้สูงศักดิ์

เธอไม่เหมือนไป๋เสวี่ย ไป๋เสวี่ยเป็นผู้หญิงประเภทที่มองแวบเดียวก็ทำให้จิตใจล่องลอย แต่เธอกลับดูเย็นชาอยู่บ้าง ราวกับเย็นชาจนสูงส่งเกินเอื้อม

ตอนนั้นการแต่งกายยังมิดชิด ไม่มีใครใส่เสื้อผ้าที่แนบเนื้อพอดีตัวอย่างชุดเต้นรำแบบนี้ ผมยังเป็นครั้งแรกที่ได้มองเห็นเค้าโครงเว้าโค้งทุกส่วนของผู้หญิงโดยปราศจากสิ่งกีดขวางเช่นนี้

เธอสมบูรณ์แบบสุดขีด เป็นดังบุญตาจากสวรรค์

ตอนนี้เซียวซานก็ถือวิสาสะคล้องไหล่ผม แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “หลิวเนี่ยน ภรรยาข้าเอง เป็นไง เป็นของดีเลิศใช่ไหม?”

ใจผมวาบ ไม่แปลกเลยที่ตอนนั้นเขาอัดหนึ่งต่อแปดเพื่อผู้หญิงคนนี้ ถ้าเป็นผมก็คงจะสู้ตายเช่นกัน!

“ใช่…ใช่แล้วครับ! สะใภ้ใหญ่นี่แหละ ถึงจะคู่ควรกับพี่ซาน!”

ระหว่างพูดคุยกัน หลิวเนี่ยนก็สังเกตเห็นพวกเราแล้ว

แล้วก็ยิ้ม เดินกรีดกรายเข้ามาหาพวกเรา สมกับเป็นคนฝึกเต้น แม้แต่เวลาเดินยังมีท่วงท่าสง่างามไม่ธรรมดา

“สามีคะ วันนี้คุณมีเวลาว่างได้ไง…”

ยังไม่ทันที่หลิวเนี่ยนจะพูดจบ เซียวซานก็ชี้นิ้วที่ผมแล้วแนะนำ “คนขับรถที่หาให้ไง ชื่อ…ชื่ออะไรนะ?”

“เสี่ยวเล่อ หลินจือเล่อ ผู้รู้จักพอ ย่อมมีความสุข!”

หลิวเนี่ยนกลับทำเป็นหูทวนลมใส่คำพูดของผม “คนขับอะไร?”

เซียวซานทำสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน “คนรับใช้? บอดี้การ์ด? อะไรก็ได้! ยังไงซะ นอกจากนอนด้วยกัน…เธออยากใช้ทำอะไรก็ว่ามา!”

“เธอไม่ได้บอกเหรอว่าปกติฉันไม่มีเวลาไปรับไปส่งเธอ? มีเขาอยู่ก็แก้ปัญหาได้แล้ว!”

สีหน้าของหลิวเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะหม่นหมองลง “ฉ…ฉันไม่ได้หมายความงั้น! คุณจะส่งฉันไปแบบนี้งั้นเหรอ?”

เซียวซานเต็มไปด้วยสีหน้ารำคาญ ดึงเธอมาใกล้ “อย่ามางอแงน่า ผู้ชายต้องถือเรื่องงานเป็นหลัก! อีกอย่างนั่นไม่ใช่ที่ตัวเธอพูดเองหรือไงว่า พวกเราต้องไว้พื้นที่ให้แก่กันและกัน!”

“คุณ…” หลิวเนี่ยนถึงกับพูดไม่ออกในบัดดล

“หรือว่าตอนนี้เธออยากจะ…” เซียวซานก็เข้าไปประกบริมฝีปากใกล้หูเธอ ตบก้นเธออย่างแรงฉาดใหญ่ หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินอีก!

“บ้าเหรอ!” หลิวเนี่ยนสะบัดมือด้านสกปรกของเขาทิ้งอย่างแรงด้วยสีหน้าเคียดแค้น “คุณไม่กลัวจริง ๆ เหรอว่าฉันจะสวมเขาให้คุณ?”

“ผมเชื่อว่าคุณไม่ทำ!” เซียวซานดูมั่นใจอย่างยิ่ง

จากนั้นก็มองผมราวกับจ้องมองตัวเรือดตัวหนึ่ง “แล้วให้นังนี่สิบใจมันก็ไม่กล้าหรอก! ในอำเภอหรง คนที่กล้าสวมเขาให้ฉันยังไม่เกิดเลย!”

“งั้นก็ตกลงตามนี้นะ! พรุ่งนี้เช้าฉันจะให้เขาไปรับคุณ!” เซียวซานไม่รอให้เธอตอบ ก็ลากผมเดินออกไปนอกประตูอย่างบังคับ

กลับมาถึงบนรถ คิดถึงแต่ก่อนที่เขาพูดเอาไว้ ผมอดไม่ได้ที่จะยิ่งงงหนักกว่าเดิม

“เมียฉันสวยดีไหม?” อยู่ ๆ เขาก็ถามผม

“สว…สวยครับ!”

“เทียบกับไป๋เสวี่ยล่ะ?”

“ไม่…ไม่เหมือนกันครับ สวยทั้งคู่!”

ในตอนนี้เองเขาก็จู่ ๆ เข้ามาชิดผม สองตาเย็นเยียบจ้องเข้าในลูกกะตาผม “ถ้างั้น——มึงชอบเมียกูไหม?”

เหงื่อผมผุดซึมจนหลังเสื้อเปียกชุ่มในพริบตา “ผม…ผมเคารพพี่สะใภ้ครับ!”

ผมนึกว่าตัวเองตอบได้รัดกุมไม่มีช่องโหว่ ใครจะรู้ว่าเอ่ยปากไปเท่านั้น ก็โดนเข้าให้ที่ท้ายทอยหนุงหนึ่ง

“ใครใช้มึงไปเคารพเธอ? ข้าต้องการให้มึงนอนกับนางให้ได้ภายในหนึ่งเดือน! มิฉะนั้น… ข้าจะตอบไอ้ของไร้ประโยชน์ของมึงทิ้ง!”

“พี่…พี่ซานครับ ผม…ผมไม่ได้โกหกจริง ๆ! ต่อให้มีสิบใจผมก็ไม่กล้าหรอก…”

เซียวซานในเวลานี้ก็จับคอเสื้อของผมแล้ว “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง? ข้าจะให้มึงนอนกับนาง แต่ว่าอย่าใช้กำลัง ต้องให้หล่อนเป็นฝ่ายคุมเกมเอง!”

ผมในเวลานี้ถึงจะเชื่อว่าเขาไม่ได้ลองเชิงผม แต่กลับยิ่งสงสัย “แต่ว่า…แต่ว่าทำไมครับ?”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com