“ผมชื่อเฉินหย่วนซาน” ชายหนุ่มแนะนำตัว “เป็นผู้เหนือมนุษย์สายลำดับจากฐานที่มั่นหมายเลข 07 ลำดับจิตรกรวิญญาณ”
จิตรกรวิญญาณ
หลินโม่ทวนชื่อแปลกหูนี้ในใจ
นี่เป็นลำดับสายที่เขาได้ยินเป็นลำดับถัดมา หลังจากหมอดูฮวงจุ้ย, จินกัง, ผู้ชิงเพลิง, ช่างตีเหล็ก และลำดับแฝด
หลี่เว่ยกั๋วไม่ได้รีบตอบ เขากลับกวาดตามองเฉินหย่วนซานตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายครั้ง
แม้ชายหนุ่มจะผอมแห้ง แต่แววตากลับสงบนิ่ง ไม่ใช่สุนัขจนตรอกที่ถูกวันสิ้นโลกทำให้ขวัญหนีดีฝ่อ
หลังฐานที่มั่นหมายเลข 07 ถูกทำลาย เขายังพาคนกว่าสิบชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ แค่โชคดีอย่างเดียวคงไม่พอ
ทั้งสองฝ่ายหาพื้นที่ค่อนข้างราบใต้ต้นไหวเก่าแก่ตรงปากหมู่บ้าน แล้วนั่งลงกับพื้น
เฉินหย่วนซานเปิดปากก่อน น้ำเสียงแหบพร่าแต่พูดเป็นลำดับชัดเจน “พวกคุณน่าจะดูออกว่าตอนนี้พวกเราขาดทั้งอาหารและน้ำ ถ้าแลกข่าวสารกับเสบียงได้ ผมจะเล่าทุกอย่างที่รู้ให้ฟัง”
พอได้ยินเฉินหย่วนซานพูดเช่นนั้น
หลี่เว่ยกั๋วก็หันไปตะโกนเรียกจ้าวเถี่ยจู้ “เอาบิสกิตอัดก้อนมาสองลัง น้ำแร่หนึ่งลัง”
จ้าวเถี่ยจู้ขานรับ ก่อนวิ่งเหยาะ ๆ ไปยังรถกระบะดัดแปลงที่จอดอยู่กลางขบวน เขายกเสบียงออกจากกระบะท้ายแล้ววางเรียงตรงหน้าเฉินหย่วนซาน
กล่องกระดาษกระแทกพื้นจนฝุ่นฟุ้งขึ้นมาเล็กน้อย
เฉินหย่วนซานกลืนน้ำลาย
คนที่อยู่ด้านหลังเขาต่างตาเป็นประกาย บางคนเผลอขยับไปข้างหน้าครึ่งก้าว ก่อนถูกเพื่อนดึงกลับไป
พวกเขาไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว
เฉินหย่วนซานไม่ได้รีบแตะเสบียงเหล่านั้น เขาเงยหน้ามองหลี่เว่ยกั๋ว แววตาเจือความซาบซึ้งขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงเริ่มเล่า
