หลังอาหาร ทุกคนเริ่มแบ่งเค้กกัน
แม้จะไม่ได้ไปร้านอาหาร แต่เค้กวันเกิดของเจียงเหมยเป็นของที่สวีหมั่งเจาะจงสั่งมาจากเมืองหลวง เป็นแบรนด์ใหญ่ หน้าตาดูเรียบง่าย แต่ราคาจริง ๆ แล้วไม่ถูกเลย และรสชาติดีมาก
เจียงเหมยยืนอยู่ตำแหน่งประธาน ทุกคนกรูเข้ามาล้อมรอบ พร้อมเปล่งเสียงร้องเพลงอวยพรวันเกิด
“ขอให้สุขสันต์วันเกิด ขอให้สุขสันต์วันเกิด…”
เสียงเพลงหยุดลง เจียงเหมยเป่าเทียนดับ
เสียงปรบมือดังขึ้น จากนั้นก็เริ่มแบ่งเค้ก
เจียงเหมยตัดเค้กชิ้นแรกให้โยวโยวก่อน แล้วค่อยวนแจกทุกคนทีละคน
ฉู่ยี่ไม่ค่อยชอบกินเค้ก ดังนั้นจึงเลือกชิ้นเล็กหน่อย เจียงเหมยเห็น จึงคีบสตรอว์เบอร์รีหนึ่งลูกจากสามลูกบนหน้าเค้ก วางลงบนเค้กของฉู่ยี่ “กินนี่สิ”
ฉู่ยี่ชะงักนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มกล่าว “ขอบคุณครับซ้อ”
เจียงเหมยถลึงตาใส่ฉู่ยี่อย่างเอือม ๆ “อะไรกัน ขอบคุณอะไรกัน”
จากนั้น เธอมองไปทางฉินชวนฉือด้านข้าง แล้วเอ่ยถาม “ฉิน…เถ้าแก่ฉิน เอาเค้กชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กดีคะ”
ฉินชวนฉือเลิกหางตาขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่สะใภ้เรียกผมว่าชวนฉือก็พอครับ เอาชิ้นเล็ก”
ได้ยินคำเรียกนี้ เจียงเหมยรู้สึกขัดหูมาก เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่พูดอะไร หันไปตัดเค้กชิ้นหนึ่งขนาดพอ ๆ กับของฉู่ยี่ให้ฉินชวนฉือ
อันที่จริง ไม่ใช่แค่สวีหมั่งที่รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าที่เห็นฉู่ยี่กับฉินชวนฉือลงเอยกัน ตอนนี้เธอเองก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
