ตอนมา เจียงไห่เซิงเป็นคนพายเรือ
ตอนกลับ เจียงหยวนพายแทนเจียงไห่เซิง
ระหว่างพายเรือ เขายิ้มพลางหยอกว่า “พ่อครับ ตอนนี้เรือเหล็กลำหนึ่งก็แค่แปดเก้าร้อยหยวนเอง พ่อว่าเราหาเงินแบบนี้ไปสักสองเดือน ฮ่า ๆ เงินที่เก็บได้คงไม่ได้มีไว้แค่ซื้อเรือเหล็กลำเดียวแล้วล่ะครับ”
“ขอผมคำนวณดูก่อน วันหนึ่งเราเก็บได้ร้อยหยวน เดือนหนึ่งก็สามพัน สองเดือนก็หกพันหยวนแล้ว เงินหกพันหยวน เราก็ซื้อเรือประมงเป็นลำเป็นสันได้เลย”
เจียงไห่เซิงพูดตรง ๆ ว่า “เงินหกพันหยวนพอซื้อเรือประมงมือสองได้อยู่ แต่ถ้าเป็นเรือประมงใหม่ อย่างน้อยก็ต้องหมื่นหยวนขึ้นไป”
พูดถึงตรงนี้ เจียงไห่เซิงก็เปลี่ยนเรื่อง ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “เฮ้อ...แต่จะว่าไป โอกาสแบบนี้จะมีทุกวันได้ยังไงล่ะ?”
“พ่อจับปลามาตั้งหลายปี เพิ่งเคยเจอครั้งแรกนี่แหละที่ได้หอยเป๋าฮื้อกับหอยสังข์ทะเลเหมือนเก็บของตามพื้นแบบวันนี้”
เจียงหยวนยิ้มอย่างมั่นใจแล้วพูดว่า “พ่อวางใจได้ครับ ต่อจากนี้มีผมอยู่ ผลจับสัตว์ทะเลของบ้านเราจะมีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่มีทางลดลงแน่นอน”
พูดจบ
เจียงหยวนก็นึกเรื่องอื่นขึ้นมาได้ทันที
เมื่อวานเขายังรับปากโจวจิ้งชิวไว้ว่าจะจับปลาเล็กปลาน้อยให้เธอเอาไปต้มซุป
เขาเปิดแผนที่ทะเลขึ้นมาอีกครั้ง แค่กวาดตามองก็เห็นแถบแสงสีเหลืองอ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างไปข้างหน้าราวร้อยเมตรพอดี
จากที่เขาศึกษาแผนที่ทะเลมาตลอดสองวันนี้
