หลีว่านเทียนได้ยินเจียงหยวนพูดขึ้นกะทันหัน ก็ชะงักไปทันที
เขาเบิกตากว้าง มองเจียงหยวนอย่างไม่อยากเชื่อ
เจียงหยวนขมวดคิ้วแน่น หน้าผากมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา “ยังจะยืนเซ่ออยู่ทำไม รีบดับเครื่อง ทอดสมอหยุดเรือ เร็วเข้า!”
หลีว่านเทียนเช็ดเหงื่อเม็ดโตบนหน้าผาก ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “อาหยวน บนเรือมีคนอยู่เต็มลำเลยนะ ถ้าหยุดเรือตอนนี้แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจะทำยังไง?”
เจียงหยวนตะโกนตอบ “ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ผมรับผิดชอบเอง! ไม่เห็นหรือว่าเรือของหลีซานไฉ่ใกล้จะจมแล้ว บนเรือยังมีคนอีกตั้งเยอะ!”
ที่จริงเจียงหยวนสังเกตสภาพใต้ทะเลโดยรอบจนแน่ใจตั้งนานแล้ว
แม้บริเวณรอบเกาะจวดเหลืองจะมีแนวหินปะการังอยู่มากมาย
แต่เส้นทางที่เขาบอกให้หลีว่านเทียนเดินเรือนั้น ไม่มีทางขึ้นตอนหินโสโครกได้เลย
ส่วนหลีซานไฉ่น่ะหรือ
ถ้าเมื่อครู่เขาทำตัวดี ๆ แล่นตามหลังเรือลำนี้มา รอเก็บผลประโยชน์ทีหลัง ก็คงไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
แต่ใครใช้ให้เขาจงใจเล่นงานคนอื่นล่ะ?
แน่นอนว่า
เรื่องพวกนี้เจียงหยวนรู้แก่ใจ แต่ไม่มีทางพูดออกมาต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด
แววตาของหลีว่านเทียนเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
แต่เขายังคงยืนกรานในหลักการของตัวเอง “อาหยวน ฉันรู้ว่าแกเป็นคนใจดี และรู้ว่าแกเห็นแก่ฉัน คิดว่าหลีซานไฉ่เป็นพี่น้องของฉัน พอเรือบ้านเขาขึ้นตอนหินโสโครก แกเลยให้ฉันหยุดเรือไปช่วยพวกเขา”
“แต่ตอนนี้ฉันทำไม่ได้!”
