เจียงหยวนบอกจุดหมายออกมาตรง ๆ ว่า “แนวหินโสโครก”
หลีว่านเทียนได้ยินแล้วก็ถามด้วยสีหน้าตกตะลึง “อะไรนะ? ไปแนวหินโสโครกเหรอ? แถวนั้นจะมีของดีอะไรได้ล่ะ? มีแต่แนวหินปะการัง แถมเพิ่งน้ำลงได้ไม่นาน พวกเราไปก็เก็บของดีอะไรไม่ได้หรอก”
พวกเขาล้วนเป็นชาวประมง
แถมยังเป็นชาวประมงที่ใช้ชีวิตอยู่กับผืนน้ำแถบนี้มาอย่างยาวนาน
ที่ไหนมีของดีอะไรให้เก็บบ้าง
ในใจพวกเขาก็พอจะรู้กันดี
ปกติชาวบ้านออกหาอาหารทะเลตามน้ำลง ก็มักจะไปที่ชายเลนทางตะวันออกของหมู่บ้าน
แถวนั้นมีปู หอยสังข์ทะเล ปูเสฉวน ถ้าโชคดีก็อาจเก็บเต่าทะเลได้ด้วย
แน่นอนว่า สาหร่ายทะเลอะไรพวกนั้น บางครั้งก็ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนชายหาดเหมือนกัน
แต่บริเวณแนวหินโสโครก ปกติแทบไม่มีใครไป
เพราะมีแนวหินปะการังกระจายอยู่เต็มไปหมด
เดินลำบากก็ยังพอทน
ที่สำคัญคือ ปกติของดีแทบไม่ถูกคลื่นซัดไปถึงบริเวณนั้น
เจียงไห่เซิงนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามเจียงหยวนว่า “อาหยวน ลูกตั้งใจจะไปเก็บปลิงทะเลแถวนั้นหรือ”
เจียงหยวนยังไม่ทันได้ตอบ หลีว่านเทียนก็หัวเราะออกมา “ฮะ ๆ คิดอะไรอยู่? จะไปเก็บปลิงทะเลแถวนั้นเหรอ? ถ้าโชคดีก็อาจเก็บได้จริง แต่ถ้าโชคร้ายล่ะ?
“อีกอย่าง พวกเราผู้ชายสามคน ต่อให้ไปถึงแล้วเก็บปลิงทะเลได้สักตัวสองตัว ก็หาเงินได้ไม่เท่าไรหรอก”
เจียงหยวนมีสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม เขาพูดกับหลีว่านเทียนอย่างจริงจังว่า “ลุงหลี วางใจแล้วเดินตามผมมาเถอะ พอไปถึง ผมรับรองว่าจะพาลุงเก็บของดีได้แน่”
