จ้าวไห่หยางเห็นแม่เอาแต่ก้มหัววิงวอนขอร้องคนอื่น
เขากำหมัดแน่น ตะโกนด้วยความโกรธว่า “แม่ อย่าก้มหัวอ้อนวอนคนอื่นแบบนั้นได้ไหม
“ฮึ เขาอยากแจ้งตำรวจไม่ใช่หรือ งั้นก็ให้ตำรวจมาสอบสวนสิ
“บ้าเอ๊ย เขาไม่อยากให้ฉันมีชีวิตอยู่ งั้นเขาก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เหมือนกัน!”
“ใช่ ฉันยอมรับว่าคืนนี้ฉันทำผิดจริง แต่ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนยังไง ฉันว่าคนในหมู่บ้านซาปู้คงไม่ได้ตาบอดกันหรอก”
เจียงหยวนยกมุมปากขึ้น ถามด้วยรอยยิ้มที่ดูคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิงว่า “จ้าวไห่หยาง ถึงตอนนี้แล้ว นึกไม่ถึงว่านายยังจะปากแข็งอยู่อีกนะ
“ได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นรอตำรวจมาก่อน ฉันอยากเห็นเหมือนกันว่านายจะพูดอะไร”
หวังชุยฮัวเห็นว่าตัวเองเกลี้ยกล่อมเจียงหยวน หลีว่านเทียน และคนอื่น ๆ ไม่ได้เลย
เมื่อคิดถึงช่วงนี้ที่หลีว่านเทียนติดตามเจียงหยวนหาเงิน
ความเกลียดชังในใจทำให้เธอขาดสติ
ถึงกับลุกขึ้นยืน
เธอใช้กำปั้นเช็ดน้ำตา ชี้หน้าเจียงหยวนแล้วด่าว่า “เจียงหยวน ไอ้เด็กเวร นายคิดจะทำให้เรื่องนี้ไม่มีทางลงเอยกันดี ๆ จริง ๆ ใช่ไหม”
“ดี ดีมาก!”
“ในเมื่อนายไม่เหลือทางรอดให้แม่ลูกอย่างพวกเรา งั้นก็จบกันด้วยการตายไปพร้อมกันนี่แหละ!”
ในที่สุดธาตุแท้ของหวังชุยฮัวก็เผยออกมา
เจียงหยวนหัวเราะเยาะ สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหวังชุยฮัวกับจ้าวไห่หยางเป็นคนแบบไหน
จากนั้น
