ซ่งเซียงหลานมองสื่อเหว่ยที่กำลังโมโหจนหน้าเขียวแล้วหัวเราะหึ ๆ
เธอดึงหมอนมาหนุนเอว ก่อนพูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า
“ดูสิ นายร้อนตัวอีกแล้ว
ตอนนั้นนายเป็นหัวโจกพาคนไปทุบค้นบ้านพวกนายทุน ทำตัวเหมือนโจรบุกปล้นหมู่บ้าน
สมบัติตกทอดกับแท่งทองคำของพวกเขา ไม่ใช่พวกนายหรอกเหรอที่เอาไปย่อยยับหมด?
เทียบกับนายแล้ว ฉันนี่ใจดีมากเลยนะ บนโลกนี้จะมีใครใจดีเท่าฉันอีก”
สื่อเหว่ย: ...ยายแก่บ้านี่รู้เรื่องพวกนั้นละเอียดขนาดนี้ได้ยังไง?
“อย่ามาถลึงตาใส่ฉันด้วย”
ซ่งเซียงหลานนับนิ้ว “นายว่าฉันกรรโชกทรัพย์ ฉันก็ปล่อยให้เสียชื่อฟรี ๆ ไม่ได้หรอก เรามาเอาเลขมงคลกัน คนละ 4,000 บวกค่าใช้จ่ายจิปาถะอีก 1,000 รวมเป็น 9,000”
ซ่งเซียงหลานจุ๊ปากสองที
สีหน้าเปี่ยมเมตตา
“ฉันนี่ใจดีจริง ๆ ถ้าเป็นนายสื่อเหว่ย คงขุดสุสานบรรพบุรุษคนอื่นเอาไปขายหาเงินแล้วมั้ง?”
พี่สะใภ้สามซ่งกลัวมากว่าซ่งเซียงหลานจะโดนทำร้าย
หัวใจดวงน้อย ๆ ของซ่งถิงถิงเต้นตึกตัก
สื่อเหว่ยรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นอยู่แล้ว
ยายแก่นี่ไม่เพียงขุดเรื่องเก่ามาพูด ยังขึ้นราคาเอาดื้อ ๆ อีก
เขากดเสียงต่ำ
“ของพวกนั้นเมื่อหลายปีก่อน...ส่งมอบไปหมดแล้ว อย่ามาใส่ร้ายกัน”
ซ่งเซียงหลานมองเขาราวกับมองคนโง่ “ของเก่า ภาพอักษรและภาพวาด แล้วก็ทองคำแท่งที่มีค่าที่สุด พวกหัวโจกอย่างพวกนายแบ่งกันไปหมดแล้ว
ของเหลือที่เอาไปส่งมอบก็มีแต่เศษขยะ ภาพอักษรกับภาพวาดที่อ่านไม่ออกก็เอาไปจุดไฟ เครื่องเคลือบก็ทุบเล่นให้เกิดเสียง...”
สื่อเหว่ยแทบจะพุ่งเข้าไปปิดปากซ่งเซียงหลาน
เขาตะคอกอย่างเดือดดาล
“นี่มันใส่ร้ายกันชัด ๆ!”
ซ่งเซียงหลานว่า “ดูสิ นายร้อนตัวอีกแล้ว”
“ในเมื่อไม่ชอบเลขมงคลแบบ ‘ทุกอย่างสมปรารถนา’ งั้นเปลี่ยนเป็นเลขที่เป็นมงคลกว่านี้ดีไหม? หกหกสมปรารถนาเป็นไง คนละ 6,000”
“เธอบ้าไปแล้ว!”
สื่อเหว่ยตะโกนจนเสียงแตก “แม้แต่โจรยังไม่กล้าเรียกราคาแบบนี้!”
