“ไปกับแม่ได้ไหม?” หลินฟางแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น เอื้อมมือไปคว้ามือเถี่ยตั้น น้ำตาชะล้างฝุ่นบนใบหน้าจนเกิดเป็นทางสองสาย “แม่จะพาลูกไปบ้านยาย ต่อให้ต้องขอข้าวกิน แม่ก็ไม่ปล่อยให้ลูกอดหรอก”
เถี่ยตั้นสะบัดมืออย่างแรง
ผลักเธอออกไปเหมือนแตะโดนของสกปรก
“แม่บ้าไปแล้วหรือไง!”
ดวงตาเรียวสามเหลี่ยมของเถี่ยตั้นเหมือนกับเกิ่งอวี้เถียนไม่มีผิด เบิกกว้างจนแทบถลน “ปกติให้ซื้อขนมสักเม็ดยังไม่ยอม แล้วจะให้ผมไปขอข้าวกินเนี่ยนะ?”
มือของหลินฟางค้างอยู่กลางอากาศ
ปลายนิ้วยังสั่นระริก
นี่คือลูกที่คลอดออกมาจากท้อง เป็นลูกชายที่เธอเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบาก ทั้งเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ตั้งแต่เล็กจนโต
“ผมเป็นลูกบ้านเกิ่ง จะไปบ้านตระกูลหลินทำไม?”
เถี่ยตั้นทำหน้าเหม็นเบื่อ
ไม่มีความไร้เดียงสาของเด็กเลยสักนิด มีแต่ความเห็นแก่ตัว
“บ้านยายจนกรอบแกรบ พาผมไปทำไม?”
หัวใจหลินฟางราวกับถูกคนควักออกมาทั้งเป็น
เจ็บปวดจนเลือดนอง
เธอมองลูกชาย ริมฝีปากสั่นระริก
“เถี่ยตั้น ลูก...ไม่เอาแม่แล้วหรือ?”
“ผมจะเอาแม่ไปทำไม?”
เถี่ยตั้นตะคอกอย่างหงุดหงิด
น้ำเสียงเหมือนตอนที่เกิ่งอวี้เถียนด่าหลินฟางไม่มีผิด “แม่กินของพ่อ ใส่เสื้อผ้าของพ่อ
พ่อหาเงินเหนื่อยแทบตาย แม่อยู่บ้านยังไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง แถมยังจะหย่าจะหนีออกจากบ้านอีก
จะให้ผมไปอดตายกับแม่หรือไง?”
“ฮ่า ๆ ๆ...”
หมิงฮวาที่นั่งแทะเมล็ดทานตะวันอยู่ข้าง ๆ หัวเราะจนตัวงอ
“หลินฟาง แม้แต่ลูกชายยังรังเกียจแกเลย ไม่มีเงินก็อย่าคิดจะเอาลูกไป
มีนมก็เรียกแม่ มีเงินก็เรียกพ่อ
ถ้าแกยอมก้มหัวขอโทษดี ๆ บ้านเกิ่งของเรายังพอแบ่งเศษอาหารให้โก่วเซิ่งกินได้บ้างนะ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าบ้านแม่ที่จนกรอบของแกจะรับแกไว้ได้” ชุ่ยเจวียนพูดเหน็บแนมตามมา แถมยังยื่นเท้าไปตรงหน้าหลินฟาง “ไม่ส่องดูตัวเองบ้างล่ะ”
