ประโยคนี้ เธอได้ยินมาตั้งแต่เด็ก
ตอนเด็ก ๆ ลู่ฟางเฟยแย่งแบบวาดของเธอไป พอคุณตาถาม ลู่ฟางเฟยก็ร้องไห้บอกว่าเธอต่างหากที่ลอกผลงานของตัวเอง
เฉินลู่หยิบแบบร่างต้นฉบับออกมา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำพูดของแม่ว่า
“ฟางเฟยยังเด็ก ลูกยอม ๆ ให้น้องหน่อย”
ต่อมา เธออดหลับอดนอนวาดแผนงานจนเสร็จทั้งชุด ลู่ฟางเฟยกลับเอาไปประกวดจนได้รางวัล
คุณตาชมว่าลู่ฟางเฟยมีพรสวรรค์
แม่ของเธอไม่แม้แต่จะอธิบาย
ทุกคนเคยชินกับการที่ลู่ฟางเฟยยืนอยู่ใต้แสงสปอตไลต์ และเคยชินกับการที่เฉินลู่หลบอยู่ด้านหลัง คอยเก็บกวาดเรื่องยุ่ง ๆ ให้คนอื่น
แต่ครั้งนี้ เฉินลู่ไม่ยอมทนอีกต่อไป
“ตามกฎหมายแล้ว แม่ของฉันเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณตา มีสิทธิ์แบ่งทรัพย์สินตระกูลลู่เหมือนกับน้าชาย”
ลู่ฟางเฟยชะงักไปสองวินาที ก่อนจะหัวเราะออกมา
“งั้นก็ไปแบ่งกันให้ได้สิ”
เธอเปิดกระเป๋าหยิบลิปสติกออกมา ค่อย ๆ เติมสีปากอย่างไม่รีบร้อน
“เธอกับแม่อยู่บ้านตระกูลลู่มาตั้งกี่ปี ของกินของใช้ทุกอย่างไม่ใช่พ่อฉันให้มาหรือไง? ตอนนี้คิดจะอาศัยตัวบทกฎหมายมาแบ่งสมบัติ ก็ต้องดูด้วยว่าคุณปู่ฉันเต็มใจให้หรือเปล่า”
“แล้วเธอคิดว่าตัวเองต่างจากแม่ฉันตรงไหน? บริษัทเป็นสิ่งที่คุณตาก่อตั้ง เขายังทำให้ลูกสาวเป็นได้แค่เงาของลูกชาย แล้วหลานสาวอย่างเธอจะเทียบกับหลานชายของเขาได้เหรอ?”
สีหน้าของลู่ฟางเฟยค่อย ๆ หม่นลง
“เอาจริง ๆ เธอยังสู้แม่ฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“เธอว่าอะไรนะ?”
“อย่างน้อยแม่ฉันก็มีความสามารถและความกล้า โครงการยาก ๆ ของบริษัทลู่ซื่อในตอนนั้น โครงการไหนบ้างที่ไม่มีผลงานของแม่ฉัน?”
