โถงใหญ่ของสถานีอนามัยวุ่นวายราวกับหม้อโจ๊กเดือด
เสียงกรีดร้องกับเสียงด่าทอแทบจะทำหลังคาปลิว
คนของหลิวอีเต่าที่พามาด้วยเลือกลงมือเฉพาะจุดที่มีเนื้อหนา ๆ เล่นเอาพวกพี่น้องตระกูลเกิ่งกุมหัววิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ในที่สุดเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยของสถานีอนามัยกับตำรวจที่เหลืออยู่จากสถานีตำรวจก็พุ่งเข้ามาในวงชุลมุน
ทั้งดึงทั้งลาก
กว่าจะจับคนสองฝ่ายที่กำลังตะลุมบอนกันแยกออกจากกันได้ก็เล่นเอาเหนื่อย
หลิวอีเต่าถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น ก่อนจะพาพวกพี่น้องถอยไปด้านหลัง
แขนของพี่ใหญ่ตระกูลเกิ่งหลุดจากข้อ
ส่วนพี่สามตระกูลเกิ่งกุมท้องโก่งคอขย้อนอยู่ตรงนั้น
ใบหน้าของเกิ่งอวี้เถียนเขียวช้ำปนม่วง ดูเหมือนมะเขือเน่าไม่มีผิด
คนที่มามุงดูรอบ ๆ ไม่เพียงไม่แยกย้าย
กลับยิ่งเบียดกันแน่นขึ้นจนล้อมเป็นวงหลายชั้น
ยุคนี้มีกิจกรรมบันเทิงให้ทำไม่มาก
ละครเด็ดขนาดนี้ ใครจะยอมเดินหนีล่ะ?
เสียงซุบซิบในฝูงชนดังจนห้ามไม่อยู่
แถมยังเล่ากันเกินจริงขึ้นเรื่อย ๆ
“เมื่อกี้ป้าคนแล่หมูบอกว่าครอบครัวเกิ่งนี่วุ่นวายจะตาย พี่สะใภ้ใหญ่กับน้องชายคนรองมีอะไรกัน ส่วนเมียของน้องชายคนเล็กก็คลุมเครือกับพี่ชายคนโต”
“ได้ยินว่าเมียของคนรองจับได้ว่าพวกเขาทำเรื่องน่าอับอาย ครอบครัวนี้ถึงได้จะตีเมียของคนรองให้ตาย”
“มิน่าล่ะ คนรองถึงไม่รู้สึกเสียดายเลย ทั้งที่ตีเมียจนแท้ง ที่แท้ใจไปอยู่กับพี่สะใภ้นี่เอง”
“เออ ได้ยินว่าพี่น้องตระกูลเกิ่งพวกนั้นไม่เอาไหน แค่ชักสามครั้งยังเหนื่อยแทบตาย”
“จริงเหรอ? ประชุมขันทีหรือไง?”
“คงต้องพึ่งฝีมือมืออย่างเดียวแล้วล่ะ”
“มือมีแรงก็ถือว่ามีความสามารถนะ”
ข่าวลือแพร่กระจายราวกับติดปีก
โบยบินว่อนทั่วสถานีอนามัยเล็ก ๆ แห่งนี้
เกิ่งอวี้เถียนได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้วโมโหจนตาลาย
เขากำลังจะอ้าปากด่ากลับ
แต่ถูกตำรวจตวาดใส่จนต้องกลืนคำพูดกลับลงคอ
“ทุกคนยืนให้ดี นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ตลาดสด และยิ่งไม่ใช่ที่ให้พวกคุณยกพวกตีกัน”
