ไม่คิดเลยว่าลูกสะใภ้บ้านเจ้าของบ้านกับแม่ยายจะร้ายกาจขนาดนี้ ถึงกับใช้วิธีชั่วช้าแบบนี้จับนายทหารรูปหล่อไว้ได้!
เขาน่าสงสารเกินไปแล้ว!
ฮั่วเจาตี้กลับมาด้วยความโกรธ พอมาถึงก็ได้ยินเสียงลู่เหยาร้องเพลงดังมาจากห้องปีกตะวันตก!
นึกว่าเธอเป็นคนมีวาสนาดี ที่แท้ก็ใช้วิธีน่ารังเกียจแบบนี้นี่เอง
เธอถือตะกร้าผักมาที่ห้องครัวข้างบ้านหลังใต้ ตอนนี้หวังซิ่วฉินกำลังเก็บชามกับตะเกียบอยู่
ฮั่วเจาตี้วางผักที่ซื้อมาลงบนโต๊ะอย่างแรง หวังซิ่วฉินเห็นแล้วก็ขมวดคิ้ว
“กินระเบิดเข้าไปหรือไง คิดว่านี่บ้านตัวเองหรือไง!”
ฮั่วเจาตี้เดินไปหาหวังซิ่วฉิน “แม่ รู้ไหมคะว่าลูกสะใภ้ตระกูลฟู่กับแม่ยายน่ะ ไม่ใช่คนดีอะไรเลย!”
หวังซิ่วฉินรีบปิดปากลูกสาว “พูดเหลวไหลอะไร!”
ฮั่วเจาตี้ดึงมือหวังซิ่วฉินออก “หนูไม่ได้พูดเหลวไหล เมื่อกี้ตอนไปซื้อผักได้ยินคนในหมู่บ้านทหารพูดกันว่า ผู้หญิงอ้วนคนนั้นกับแม่วางยาลูกชายเจ้าของบ้าน แล้วบังคับมีความสัมพันธ์กันเพื่อบีบให้เขาแต่งงานด้วย!”
หวังซิ่วฉินอึ้งไป ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย!
เธอมองออกไปข้างนอก ก่อนจะปิดประตูห้องครัว
“เรื่องนี้เก็บไว้ให้มิด ถือเสียว่าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แม่ยายนั่นเป็นคนเก่ง อย่าคิดอะไรเหลวไหล พวกเรามาทำงานหาเงินเท่านั้น ต่อให้มีเรื่องอะไร ก็ไม่เกี่ยวกับเรา เข้าใจไหม!”
หวังซิ่วฉินรู้ว่าลูกสาวตัวเองทะเยอทะยานเกินตัว จึงกลัวว่าเธอจะคิดทำเรื่องไม่ดี
ฮั่วเจาตี้พยักหน้าอย่างหงุดหงิด “รู้แล้วค่ะแม่!”
หวังซิ่วฉินหยิบตะกร้าผักมา “รีบเด็ดผักเถอะ เจ้าของบ้านรอกินข้าวอยู่!”
ฮั่วเจาตี้รับผักจากหวังซิ่วฉินมาเด็ด แต่พอได้ยินเสียงร้องเพลงอย่างร่าเริงของลู่เหยาจากข้างนอก ความขุ่นเคืองในใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
