“เขาวงกตกระจก?” หลินหลิงขมวดคิ้ว ปลายนิ้วก่อเกิดคมลมสายหนึ่ง ก่อนฟาดใส่บานกระจก
เสียง “ปัง” ดังขึ้น กระจกแตกละเอียด แต่ไม่ถึงหนึ่งวินาทีต่อมาก็กลับคืนสภาพเดิม
ชายคนหนึ่งที่เข้ามาพร้อมกันหน้าซีดเผือด เขาหลับตาสัมผัสอยู่สองวินาที ก่อนเอ่ยว่า “ไม่ถูกแล้ว ในกระจกมีอะไรบางอย่าง… มันกำลังขยับ”
“เลิกพูดให้คนกลัวได้แล้ว ก็แค่กระจกพัง ๆ ไม่กี่บานเอง ดูฉันพังเปิดทางให้ดู!”
บางทีจ้าวเฟิงอาจเสียหน้าในด่านแรกต่อหน้ากู้ข่าวกรองกับเจียงไป๋ จึงอยากแสดงฝีมือเต็มแก่ พูดจบก็หิ้วกระบองเหล็กพุ่งนำหน้าไป ลูกน้องสองคนรีบตามติด
“พี่เฟิงสุดยอด!”
“ต้องอย่างนี้สิ มัวชักช้าอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะผ่านด่าน!”
เงาร่างทั้งสามหายลับเข้าไปในส่วนลึกของเขาวงกตกระจกอย่างรวดเร็ว
หานเยว่ขมวดคิ้ว “หมอนั่นอยากตายหรือไง?”
สิ้นเสียง จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากส่วนลึกของกระจก
“อ๊าก!” เป็นเสียงของลูกน้องคนหนึ่งของจ้าวเฟิง ทุกคนใจหายวาบ
เจียงไป๋พูดไม่ออก รู้สึกว่าต่อให้เขาไม่ลงมือ หมอนี่ก็คงหาทางทำตัวเองตายเข้าสักวันอยู่ดี
ลูกน้องของหมอนี่ยังเป็นยอดคนเสียด้วย ได้แต่บอกว่าไม่แปลกใจเลยที่คนแบบนี้จะคบหากันได้
ถัดมาเป็นเสียงคำรามด้วยความเดือดดาลของจ้าวเฟิง “ตัวอะไรน่ะ? ออกมา!”
สีหน้ากู้ข่าวกรองเปลี่ยนไป “แย่แล้ว! ตัวตลกในกระจก มันเคลื่อนที่ไปมาในกระจก คอยลอบโจมตีเท่านั้น ทุกคนรีบหันหลังชนกัน!”
ทุกคนรีบหันหลังชนกัน ยืนล้อมเป็นวงและจ้องระแวดระวังกระจกรอบด้าน
ในกระจกนับไม่ถ้วน จู่ ๆ ก็ปรากฏใบหน้าของตัวตลกขึ้นพร้อมกัน ใบหน้าซีดขาว จมูกแดงลูกโต มุมปากฉีกกว้างไปจนถึงใบหู
