ฮองเฮาฟังคำพูดของพระสนมหนิงและซวงเสวี่ยแล้วรู้สึกสับสนยิ่งนัก เรื่องที่ว่ามีผู้ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยฮ่องเต้ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
นางจำได้เพียงว่าในปีนั้น ตนสั่งให้คนสังหารหญิงชาวบ้านผู้หนึ่งที่คิดยั่วยวนฮ่องเต้
เหตุใดพระสนมหนิงที่ป่วยตายในตำหนักรองยามยังมิได้ขึ้นครองบัลลังก์ จึงเคยช่วยฮ่องเต้ไว้ด้วยเล่า?
พระสนมหนิงมิใช่หญิงสามัญที่ป่วยตายไป ก่อนที่นางซึ่งเป็นพระชายารัชทายาทจะเข้าวังบูรพาหรอกหรือ?
เพราะเหตุนี้ ฮ่องเต้จึงประทานตำแหน่งเฟยให้พระสนมหนิงผู้ล่วงลับหลังขึ้นครองบัลลังก์ เพื่อแสดงถึงน้ำพระทัยและไมตรี
ฮองเฮารู้สึกสมองพร่าเลือน ทว่ายามนี้นางรู้เพียงว่า หนิงฉือจินควบคุมได้ง่าย ต่อให้หนิงฉือจินรอดชีวิตมาอย่างโชคดี ก็ยังรับมือได้ง่ายกว่าเวินอวิ๋นเหมียนเป็นแน่
แต่เวินอวิ๋นเหมียนนั้น ฮองเฮารู้ดีว่าตนควบคุมไม่ได้
ฮองเฮาจึงรีบก้าวออกมาทันทีเช่นกัน “ฮ่องเต้ หม่อมฉันเห็นด้วยกับที่กุ้ยเหรินโจวกล่าว บัดนี้เยวี่ยผินบาดเจ็บสาหัส ประทานตำแหน่งกุ้ยเฟยให้นางก็สมเหตุสมผลเพคะ”
เทียนเฉามีกฎมาแต่ไหนแต่ไรว่า หากเฟยผินผู้หนึ่งใกล้สิ้นใจและเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ยามชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ย่อมสามารถเลื่อนตำแหน่งตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิทรงเปี่ยมเมตตาและยังทรงระลึกถึงไมตรีเก่า
หนิงฉือจินรู้ว่าตนอาจได้รับการยกเว้นให้ข้ามตำแหน่งเฟยแล้วเลื่อนขึ้นเป็นกุ้ยเฟย นางจึงฝืนพยุงตัวไว้ ไม่ยอมกลับวังของตนไปรักษา
ปากกลับเอ่ยว่าไม่อยากแยกจากฮ่องเต้
ขอเพียงคนในวังหลังล้วนสนับสนุนนางให้แทนที่เวินอวิ๋นเหมียน ทุกอย่างก็จะมั่นคง!
เวินอวิ๋นเหมียนจะมีความสามารถอันใด หากไม่มีผู้ใดสนับสนุน วันใดวันหนึ่งฮ่องเต้ย่อมหวั่นไหว
“ฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่ปรารถนาตำแหน่ง ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างพระองค์ตลอดไป...”
