“หลายวันก่อน สนมฉุนมาหาบ่าว มอบเงินก้อนหนึ่งให้บ่าว ช่วยนำน้ำกล้วยอูเจียวพิษออกไป แล้วแอบนำผักที่ใช้ในศาลามู่ตานไปแช่ไว้ในนั้น!”
“บ่าวถูกผีเข้าจนเลอะเลือน จึงรับปากทำเรื่องนี้ ขอฮ่องเต้โปรดอภัย บ่าวไม่กล้าอีกแล้ว บ่าวไม่กล้าอีกแล้ว...”
สนมฉุนสิ้นหวังจนหัวใจกลายเป็นเถ้าถ่าน นางทรุดลงนั่งกับพื้น แม้แต่แรงจะเอ่ยขอความเมตตาก็ยังไม่มี
ยามนั้น หรงเฟยเอ่ยขึ้น “ฮ่องเต้ แล้วเหมยกุ้ยที่อยู่ข้างกายสนมฮุ่ยได้น้ำกล้วยอูเจียวมาได้อย่างไรหรือ หากไม่ได้สืบไปถึงเย่ถิง สนมฮุ่ยคงกลายเป็นแพะรับบาปไปแล้ว”
สนมฮุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพลันได้สติ นางมองเหมยกุ้ยอย่างตื่นตะลึง “เป็นเจ้า! เจ้าหลอกเปิ่นกงว่าสิ่งเหล่านี้ซื้อมาจากนอกวัง แต่เปิ่นกงไม่เคยมอบป้ายอนุญาตออกจากวังให้เจ้า แล้วเจ้าเอามาจากที่ใด!”
เหมยกุ้ยชะงักหายใจ ก่อนคุกเข่าลงทันที “บ่าวเปล่านะเจ้าคะ บ่าวก็ถูกหลอกเช่นกัน เสี่ยวหยางจื่อบอกว่าน้ำนี้ทำให้เสียโฉมเท่านั้น บ่าวไม่รู้ว่าน้ำกล้วยอูเจียวจะคร่าชีวิตคนได้...”
หรงเฟยกระแอมเบา ๆ “ฮ่องเต้ หม่อมฉันเห็นว่าไม่สู้ให้คนไปค้นห้องของเหมยกุ้ยดูเพคะ”
เวินอวิ๋นเหมียนชะงักไปเล็กน้อย หรงเฟยถึงกับมองแผนของนางออกหรือ?
อวี้กุ้ยเหรินกระตุกเปลือกตา นึกไม่ถึงว่าหรงเฟยที่ดูอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ เพียงครู่เดียวก็แทงใจดำได้ตรงเผง
ทว่าเหมยกุ้ยกลับสงบนิ่งลงในตอนนั้น ค้นห้องหรือ? หึ นางทำลายหลักฐานทั้งหมดไปนานแล้ว ไม่มีทางค้นเจอสิ่งใดทั้งนั้น!
จวินเฉินอวี้ให้ความสำคัญกับหรงเฟยมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งรู้ว่านางไม่เคยยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องเหล่านี้ เมื่อยามนี้เอ่ยปาก คงเป็นเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เกินไปจนทนดูต่อไม่ไหวกระมัง
“ผู้บัญชาการหลิน จงพาคนไปค้นเดี๋ยวนี้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” ผู้บัญชาการหลินนำคนไปยังห้องของเหมยกุ้ย
