หลังเวินอวิ๋นเหมียนพบเหล่าฮูหยินขุนนางแล้ว ยามค่ำคืนจวินอวิ๋นโจวก็ไปยังตำหนักฉินเจิ้ง
เขามีสายสืบที่แข็งแกร่งที่สุดและกระจายตัวอยู่ทั่วทุกแห่งในมือ จึงรู้แจ้งทุกเรื่องในเมืองหลวง
「เสด็จพี่」
จวินเฉินอวี้ยังคงตรวจฎีกา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น 「มีความเคลื่อนไหวแล้วหรือ」
「กระหม่อมทำตามรับสั่งของเสด็จพี่ กระจายสายลับไปตามจวนของขุนนางแต่ละคนแล้ว มีขุนนางอยู่หลายคนที่พอกลับถึงจวนก็ส่งคนไปสังหารช่างปักผ้าในบ้านของตน」
แววตาเย็นเยียบของจวินเฉินอวี้นิ่งสนิทราวบ่อน้ำโบราณ 「ดูท่าพวกเขาคงร้อนตัวเพราะทำความผิด แม้เราจงใจปล่อยข่าวลือเรื่องฉลองพระองค์มังกรที่ไม่มีอยู่จริง พวกเขาก็ยังหวาดกลัวว่าช่างปักผ้าในบ้านจะถูกผู้อื่นซื้อตัว จนเราสืบสาวมาถึงพวกเขา」
「โยนก้อนหินลงน้ำ ก็ทำให้ปลาโผล่ขึ้นมาได้หลายตัว ครานี้เสด็จพี่ได้ผลเก็บเกี่ยวไม่น้อย จะให้กระหม่อมไปสังหารพวกเขาเสียเลยหรือไม่ จะได้ไม่ต้องให้เสด็จพี่ทอดพระเนตรแล้วขุ่นเคือง」
แววตาจวินอวิ๋นโจวฉายความเหี้ยมเกรียม เขาเป็นทั้งพระอนุชาของจวินเฉินอวี้ และเป็นเพชฌฆาตที่อดีตฮ่องเต้ฝึกฝนไว้เพื่อจวินเฉินอวี้ ตั้งแต่เล็กจนโต จวินอวิ๋นโจวจึงเป็นคนโหดเหี้ยมที่หลบเร้นอยู่ในเงามืดและเข่นฆ่าผู้คนมานับไม่ถ้วน
เขาทุ่มเทรับใช้จวินเฉินอวี้เพียงผู้เดียว
จวินเฉินอวี้วางฎีกาลง 「รอก่อน ส่งคนไปลอบสร้างความเคลื่อนไหวลวง ๆ ให้เหล่าขุนนางที่ยังนิ่งเฉยหวาดหวั่น เช่นนี้จึงจะทำให้ปลาติดเบ็ดได้มากขึ้น」
「กระหม่อมเข้าใจแล้ว」
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาฉายประกายลึกล้ำ 「เสด็จพี่ แล้วกุ้ยเฟยเล่า」
เขามองออกว่าวันนี้เสด็จพี่อารมณ์ดีนัก
「นางจัดการเรื่องนี้ได้ดี เจ้าเก็บความคิดของตนเอาไว้ให้มิดชิด」จวินเฉินอวี้จ้องเขาด้วยสายตาเย็นชาและน่าหวาดหวั่น แววตาเปี่ยมคำเตือน
