ยามเวินอวิ๋นเหมียนกลับถึงตำหนักเหยาหวา ก็เห็นท่านกงกงลู่ยืนรออยู่ด้านนอก
ครั้นเห็นเวินอวิ๋นเหมียนกลับมา ท่านกงกงลู่ก็รีบค้อมกายคารวะ “ถวายบังคมกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
“เหตุใดกงกงจึงมาอยู่ที่นี่ ฮ่องเต้ไม่ได้ประทับอยู่ตำหนักไท่เหอเพื่อจัดการราชกิจหรือ”
ท่านกงกงลู่ยิ้มแย้มกล่าว “ฮ่องเต้เสด็จมาถึงได้พักหนึ่งแล้ว เหนียงเหนียงรีบเข้าไปปรนนิบัติพระองค์เถิด”
เสด็จมาถึงพักหนึ่งแล้วหรือ?
เมื่อเวินอวิ๋นเหมียนเดินเข้าไป ก็เห็นร่างสูงโปร่งองอาจยืนอยู่ข้างเปล ในมือถือกลองเขย่าของเล่นอยู่ชิ้นหนึ่ง อีกมือถือตกระบี่ไม้เล่มเล็ก นับเป็นพระบิดาที่ทรงยุติธรรมดีแท้ ประเดี๋ยวก็ปลอบคนนี้ ประเดี๋ยวก็ปลอบคนนั้น
แต่ไม่นาน จ้านหัวก็ร้องไห้ขึ้นมา จ้านหัวมีนิสัยอ่อนโยนมาแต่ไหนแต่ไร แม้ยามร้องไห้ก็ยังสะอื้นเสียงเบา ดูน่าสงสารและน่าเอ็นดูเหลือเกิน
จวินเฉินอวี้รีบอุ้มจ้านหัวออกจากเปล ร่างน้อยจ้อยซุกอยู่ในอ้อมพระอุระของเขา ดูคล้ายลูกแมวตัวหนึ่ง
อ้อมแขนของจวินเฉินอวี้กว้างใหญ่ จ้านหัวอยู่ในอ้อมแขนนั้นไม่นานก็สงบลง นางเบิกตากลมโตดำขลับเป็นประกาย มองจวินเฉินอวี้อย่างใคร่รู้
