หากอวิ๋นเจี้ยนไม่ได้จงใจรออยู่ด้านนอกวัง นางคงไม่รู้ว่ากองทหารราชวังกำลังรอตรวจรถม้าของฉินผิน
“เหนียงเหนียง ท่านทราบได้อย่างไรว่า คืนนี้จะมีเฟยผินใส่ร้ายเพคะ?”
แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนเย็นเยียบ “ตอนกลับวังวันนี้ ซื่อจื่อเห็นคนส่งจดหมายจากตระกูลกู้ เขามอบจดหมายให้ข้าหน้าประตูวัง”
“อวิ๋นหย่าง เจ้ายังจำแผลที่ข้อเท้าของเปิ่นกงได้หรือไม่?”
อวิ๋นหย่างพยักหน้า “จำได้แน่นอน บ่าวได้ยินสู่ขุยบอกว่า เหนียงเหนียงพลั้งข้อเท้าแพลงตอนเก็บยามาให้หนิงซวงเสวี่ยเพคะ”
เวินอวิ๋นเหมียนส่ายหน้า “มีผู้บัญชาการฉีจงใจเดินแยกไปจากเปิ่นกง เปิ่นกงพลิกข้อเท้าตอนหลบหมาป่า”
“ผู้บัญชาการฉีผู้นั้นเคยติดต่อกับฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลซู”
อวิ๋นหย่างประหลาดใจ “ฮูหยินซูหรือเพคะ? นั่นมิใช่มารดาของหรงเฟยเหนียงเหนียงหรอกหรือ?”
แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนเย็นเยียบ “ถูกต้อง”
คราวนี้ ตอนอวิ๋นเจี้ยนออกจากสวนหลวง มีชายชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นพอดี
อวิ๋นเจี้ยนบังเอิญได้ยินเสียงประโยคแรกที่ชายชุดดำเอ่ย
ชาติก่อนเขาเป็นอัครมหาเสนาบดี จึงคุ้นเคยกับเรื่องราวทุกอย่างรอบพระวรกายฮ่องเต้เป็นอย่างดี
ชายชุดดำผู้นั้น ในชาติก่อนก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการฉี อีกทั้งยังเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมาก อวิ๋นเจี้ยนจึงเคยติดต่อกับเขาเช่นกัน
ทว่าเพราะมีองครักษ์เฝ้ารักษาความปลอดภัยทั่วทุกด้านรอบพระวรกายฮ่องเต้ หลังเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนทูลลาแล้วก็ไม่อาจรั้งอยู่ต่อ จึงได้ยินเพียงประโยคเดียว ไม่ได้ยินเรื่องที่ชายชุดดำกล่าวหาว่ากุ้ยเฟยลอบพบติ้งชินอ๋องภายหลัง
เมื่ออยู่นอกวัง เวินอวิ๋นเหมียนได้รับจดหมายจากตระกูลกู้ เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนจึงนึกขึ้นได้ว่าผู้บัญชาการฉีเป็นคนของตระกูลซู เรื่องที่ชายชุดดำกล่าวหากุ้ยเฟยก็อาจเป็นแผนการของคนในวังหลังผู้ใดผู้หนึ่ง
