ได้ยินเสียงเรียกของอวิ๋นเฟย เวินอวิ๋นเหมียนชะงักไปเล็กน้อย วางพู่กันในมือลง “มีอะไรหรือ?”
อวิ๋นเฟยเดินเข้ามาพอดี นางขมวดคิ้วพลางเกาศีรษะอย่างฉงน “เมื่อครู่บ่าวได้ยินเสียงฝีเท้าจากห้องข้าง คิดว่ามีใครแอบซ่อนตัวอยู่ ทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ แต่พอดูให้ชัดถึงรู้ว่าเป็นแมวเจ้าค่ะ”
นางยิ้มตาหยี วางนมหวานที่เวินอวิ๋นเหมียนคุ้นเคยลงบนโต๊ะ “นายหญิงน้อยลองชิมนี่ก่อนเถิด อีกเดี๋ยวรถเฟิ่งหลวนชุนเอินก็จะมารับท่านแล้ว กินนี่เสีย จะได้สงบใจรับมือกับทุกเรื่องได้เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาของอวิ๋นเฟย เวินอวิ๋นเหมียนก็ยิ้มอย่างจนใจ หลังเผาตัวอักษรที่เพิ่งเขียนเสร็จทิ้งแล้ว จึงนั่งลงกินนมหวานไปครึ่งถ้วย
เมื่อได้กินของเย็น เวินอวิ๋นเหมียนก็รู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย
ทว่าด้านนอกหิมะกำลังตก อวิ๋นหย่างฝ่าหิมะเข้ามา ครั้นเห็นเวินอวิ๋นเหมียนกินนมหวานอีกแล้ว ก็อดใช้นิ้วจิ้มศีรษะอวิ๋นเฟยเบา ๆ ไม่ได้ “เจ้าหนูนี่ เหตุใดถึงปล่อยให้นายหญิงน้อยกินนมหวานอีกแล้ว อากาศหนาวเหน็บถึงเพียงนี้ หากกินมากไปจะปวดท้องเอาได้”
อวิ๋นเฟยเม้มปาก เวินอวิ๋นเหมียนจึงช่วยพูดแทนนาง “ข้าอยากกินเอง อย่าไปโทษนางเลย”
อวิ๋นหย่างยิ้มอย่างจนใจ “นายหญิงน้อย ใกล้ถึงเวลาแล้ว ควรออกไปรอรถเฟิ่งหลวนชุนเอินได้แล้วเจ้าค่ะ”
เวินอวิ๋นเหมียนขานรับ นมหวานแทบหมดแล้ว ทั้งยังเย็นจริง ๆ ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ปลายนิ้วก็เย็นเฉียบ ทว่านางไม่ใส่ใจ
อวิ๋นหย่างหันไปหยิบเสื้อคลุม เวินอวิ๋นเหมียนจึงเปิดม่านหนาหนักแล้วก้าวออกไป หิมะเย็นเยียบที่ปะปนด้วยเกล็ดน้ำแข็งพัดปะทะใบหน้า ทำให้นางรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
