คิดย้อนกลับไปตอนนี้นางก็อดสั่นสะท้านไม่ได้
ตรงกันข้าม ความงามนี่แหละคืออาวุธที่ดีที่สุดในความคิดของเวินอวิ๋นเหมียน มีบุตรไม่ได้แล้วอย่างไร นางก็ยังสามารถหวนคืนสู่ความรุ่งเรืองในวังหลังได้!
ท่านโหวหันมามองบุตรสาวคนโตในที่สุด "อวิ๋นเหมียน เจ้าอยากได้อันไหน?"
แม้จะเป็นคำถาม แต่นางรู้ดีว่าบิดาลำเอียงเข้าข้างเวินเล่อเยียนมาตลอด
รักคนก็ย่อมรักถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องด้วย ฮูหยินเมิ่งเป็นภรรยารองที่เขารักยิ่ง เขาจะทนให้บุตรสาวของนางผิดหวังได้อย่างไร
เวินอวิ๋นเหมียนก้มหน้าลงอย่างสงบ ไม่แก่งแย่ง "บุตรสาวขอโอสถงามเลิศ"
ในสายตาของท่านโหวและฮูหยินเมิ่ง นี่คือความเข้าใจตามที่พวกเขาต้องการ
เวินเล่อเยียนเชิดคิ้วอย่างได้ใจ ความงามนั้นไร้ประโยชน์สิ้นดี ชาตินี้นางจะเป็นดั่งเวินอวิ๋นเหมียน ให้กำเนิดบุตรมากมาย กลายเป็นไม้ใหญ่ที่ตั้งมั่นในวังหลัง!
ตอนจะออกไป เวินอวิ๋นเหมียนเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตู ก็ได้ยินเวินเล่อเยียนพูดเสียดสี "ท่านพี่ กินโอสถงามเลิศเข้าไป หน้าตาท่านพี่ยิ่งจะงดงามมากขึ้นนะเจ้าคะ บางทีคืนแรกที่ถวายงาน คนถูกหามไปตำหนักเฉาหยางอาจเป็นท่านพี่ก็ได้ ท่านพี่ต้องไขว่คว้าโอกาสนี้ไว้ดี ๆ ล่ะ"
รอให้เข้าวังถึงคืนแรกที่ถวายงาน นางจะรอดูละครของเวินอวิ๋นเหมียน!
เวินอวิ๋นเหมียนมองนางอย่างไม่เข้าใจ สุดท้ายก็เพียงมองแผ่นหลังของนาง แล้วยกยิ้มบาง ๆ
ฮูหยินเมิ่งดึงเวินเล่อเยียนออกมา "เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือไร เมื่อก่อนเราคุยกันไว้แล้ว เจ้าเลือกโอสถงามเลิศ อาศัยใบหน้างามต้องตาและวิธีที่แม่สั่งสอนให้เจ้า จะกลัวยึดหัวใจชายไม่ได้หรือ!"
"แต่นี่เจ้ากลับเลือกโอสถให้กำเนิดบุตรที่ไร้ประโยชน์ ข้าส่งคนไปสืบมาอย่างลับ ๆ แล้ว ฝ่าบาทไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุตร แต่เป็นถึงขั้น ไม่สามารถ และไร้ทายาท ไม่มีชายใดร่วมสัมพันธ์ด้วย เจ้าจะไปมีบุตรที่ไหน"
เวินเล่อเยียนนึกถึงประสบการณ์น่าสะพรึงกลัวของตน ก็อดตัวสั่นไม่ได้
ชาตินี้ นางจะไม่กินโอสถงามเลิศอีกเด็ดขาด!
ส่วนโอสถให้กำเนิดบุตรนั้นต่างออกไป
ใบหน้างามละมุนของนางฉายแววรอคอยต่ออนาคต สถานที่ซึ่งมีกำแพงแดงกระเบื้องเหลือง คือจุดสูงสุดของอำนาจ
"แม่ ท่านวางใจเถิด ฝ่าบาททรงมีบุตรได้แน่นอน เข้าวังแล้วข้าจะคว้าโอกาสไว้ ถวายบุตรให้ฮ่องเต้ไม่หยุดหย่อน เหยียบหญิงทั้งปวงขึ้นสู่เบื้องสูง! แล้วข้าจะต้องขึ้นไปถึงจุดสูงสุด และจะทูลขอตำแหน่งให้ท่านด้วย!"
วันดีงามเช่นนี้ ที่ควรเป็นของนางเวินเล่อเยียน
นางรอวันที่เวินอวิ๋นเหมียนถูกขังในตำหนักเย็นตายอย่างน่าสังเวช!
บัดนี้ นางแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าวังแล้ว
สองวันนี้ในจวนทั้งในและนอกต่างวุ่นวายกับเรื่องสองพี่น้องเข้าวัง สาวใช้และมารดาพี่เลี้ยงไม่มีใครว่างเว้น ผู้คนเข้าออกพลุกพล่าน
หลังจากกินโอสถงามเลิศ เพียงชั่วคืนเดียว หน้าตาของเวินอวิ๋นเหมียนก็งดงามตรึงตายิ่งกว่าเดิม ผิวดั่งหยกหิมะละเอียดลออ ราวกับผลลิ้นจี่ปอกเปลือก ดวงตาแวววับต้องใจ นางปรากฏตัวทีไรก็ทำให้คนรอบข้างหม่นแสงลงทันที
แม้นางจะสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาเดินไปมาในจวน ก็มีบ่าวรับใช้และสาวใช้มากมายมองจนตะลึง
แม้ใบหน้าจะเปลี่ยนไปไม่มาก แต่ที่เด่นคือผิวพรรณ เรือนผม และรูปร่างเพรียวงาม
ราวกับเนื้อเถิดขึ้นในที่อันควรเถิด
รูปร่างงามหาที่ติมิได้
เวินเล่อเยียนเห็นแล้ว แทบจะกัดฟันหัก
ชาติที่แล้วนางก็งดงามขึ้น แต่พื้นฐานสู้เวินอวิ๋นเหมียนไม่ได้ จึงสวยหยาดเยิ้มยวนใจไม่เท่านาง บัดนี้เห็นอีกฝ่ายงามจนไม่อาจละสายตา ไฟริษยาก็พลุ่งพล่านขึ้นมา
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าภายหน้าอีกฝ่ายจะเป็นหวงกุ้ยเฟย แล้วลูกชายขึ้นครองราชย์ นางก็กลายเป็นไทเฮา ไฟโทสะนั้นก็พลันมลายหายสิ้น
งามกว่านี้ก็เท่านั้น สุดท้ายก็ถูกนางแย่งชะตาชีวิตไปอยู่ดี
ในวังกำหนดวันมงคล เวินอวิ๋นเหมียนและเวินเล่อเยียนจะเข้าวังในอีกสิบห้าวัน ราชโองการแต่งตั้งถูกส่งมาในตอนบ่าย ทั้งจวนโหวคุกเข่ารับราชโองการ
และการแต่งตั้งตามราชโองการก็เหมือนชาติที่แล้ว เวินอวิ๋นเหมียนเป็น อวิ๋นฉางจ้าย เวินเล่อเยียนเป็น เล่อตาอิ้ง
นอกจากการแต่งตั้งแล้ว ในวังยังส่งมารดาครูฝึกมาสอนกฎระเบียบด้วย
เวินอวิ๋นเหมียนเป็นไทเฮามานาน อยู่ในตำแหน่งสูงส่ง รอบตัวมีแต่คนประจบสอพลอและเคารพยำเกรง ลืมกฎของนางในใหม่ไปนานแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับมารดาครูฝึกจึงตั้งใจเรียนมากขึ้น
พอถึงวันเข้าวัง ฟ้ายังไม่ทันสาง ทั้งสองก็ถูกรับขึ้นเกี้ยวไป ก่อนออกเดินทาง เวินฟู่อันและฮูหยินเมิ่งมาส่งที่หน้าประตู
เวินอวิ๋นเหมียนเดินเข้เกี้ยวเงียบ ๆ ฟังเวินเล่อเยียนให้คำมั่นกับเวินฟู่อันและฮูหยินเมิ่งอย่างหนักแน่น ว่านางจะเป็นหญิงที่ฮ่องเต้โปรดที่สุด นางก็อดยกยิ้มเย็นชาไม่ได้
ผู้พ่ายแพ้การต่อสู้ในวังหลังของชาติที่แล้ว คิดว่ากลับมาเริ่มใหม่ชาติหนึ่งแล้วจะเปลี่ยนชะตาได้หรือ
ตราบใดที่มีนางเวินอวิ๋นเหมียนอยู่ วังหลวงนี้จะไม่มีวันเป็นของเวินเล่อเยียน
เปิดม่านเกี้ยวขึ้น สายตายาวไกลของเวินอวิ๋นเหมียนมองไปถึงกำแพงแดงกระเบื้องเหลืองที่ไกลออกไปซ่อนในหมู่เมฆหมอก ดูไม่ชัดเจน เมื่อค่อย ๆ ใกล้เข้าจนเห็นชัด ความรู้สึกหวิวในใจก็กลายเป็นจริง
เกี้ยวมาถึงหน้าประตูวัง สาวใช้ติดตัวอวิ๋นหย่างและอวิ๋นเฟยประคองนางลงมา มีขันทีน้อยรออยู่แล้ว
มองประตูข้างเล็ก ๆ ตรงหน้า สีหน้าเวินอวิ๋นเหมียนเคร่งขรึม เดินเข้าออกประตูใหญ่ของวังหลวงมาครึ่งชีวิต อยู่ ๆ ต้องเข้าทางประตูข้าง ก็รู้สึกไม่ชินบ้าง
เวินเล่อเยียนมองประตูใหญ่ของวังตรงที่ดูน่าเกรงขาม เผยแววตาละโมบ
ดีเหลือเกิน ต่อไปภายหน้าบุตรชายของนางจะพานางเข้าทางประตูใหญ่อย่างสง่าผ่าเผย!
เวินอวิ๋นเหมียนถูกพาไปที่พักซึ่งจัดเตรียมไว้แต่แรก นางพักอยู่ที่ตำหนักชีเสียของหรงเฟย ห้องพักตะวันออกคือ ศาลามู่ตาน คือที่พักของนาง
ตอนเป็นไทเฮา ฮ่องเต้แสดงความกตัญญูนำห้องพักตะวันออกและตะวันตกของตำหนักชีเสียทั้งหมดเชื่อมต่อกับตำหนักหลัก รวมเป็นตำหนักใหญ่ เชิญพระพุทธรูปมาให้นางสักการะ กลายเป็นที่กราบไหว้จุดธูปของคนในวัง
บัดนี้กลับมาเห็นที่พักยามเข้าวังอีกครั้ง อดใจลอยไม่ได้
ทุกอย่างเหมือนเดิม
อวิ๋นหย่างมองอย่างใจเย็น แต่อวิ๋นเฟยร้องว้าวไม่หยุด มองเท่าไรก็ไม่พอ "ในวังนี่ช่างงามหรูเสียจริง!"
เจ้าของตำหนักชีเสียคือหรงเฟย ไม่ชอบยุ่งเรื่องมาก หลายวันที่รอถวายงานนางกลับสบายดี
ตามกฎ ก่อนถวายงานต้องส่งภาพวาดให้ฮ่องเต้ เวินอวิ๋นเหมียนตั้งใจแต่งหน้าให้ดูอัปลักษณ์ขึ้น
พอเช็ดเครื่องสำอางออก อวิ๋นเฟยมองจนตะลึง "นายหญิงงามเหลือเกิน งามกว่าตอนแต่งหน้าเสร็จวันนี้มากนัก นายหญิงแต่งหน้าอ่อน ๆ ดูงามกว่าทำไมเมื่อครู่ถึงแต่งหน้าจัดไปวาดภาพเล่าเจ้าคะ?"
กลับ...งามสู้ตอนนี้ไม่ได้
เวินอวิ๋นเหมียนยิ้มวางหวี เกล้าผมเมฆเบา ๆ ลำคอดั่งกระเบื้องเคลือบ งามหยาดเยิ้ม "ซ่อนก่อนแล้วเผยภายหลัง ถึงจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้จดจำไม่รู้ลืม"
ทุกคนล้วนเป็นนางในใหม่ ใครทำให้ฮ่องเต้ประทับใจก็ย่อมคว้าโอกาสได้
ถึงคืนถวายงาน
เวินอวิ๋นเหมียนกลายเป็นคนแรกที่ฮ่องเต้พลิกป้ายชื่อจริง ๆ
นางในใหม่ก็คือเสี้ยนหนามของสนมทั้งหลายอยู่แล้ว คราวนี้ชื่อเสียงทั้งหมดถูกเวินอวิ๋นเหมียนผนวกไป
นางรู้ดีว่าไม่ดีนัก แต่หากจะได้รับความโปรดปราน กลายเป็นคนที่ฮ่องเต้ถวิลหาไม่เลือน คืนนี้จำเป็นต้องผนวกรับชื่อเสียงที่เกินควรนี้ไว้
เพราะคืนนี้ น่าตื่นเต้นยิ่งนัก นางพลิกแพลงได้ง่ายกว่า
ฮ่องเต้ไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ ไม่มีทางเห็นว่าใครงามแล้วเลือกไปถวายงาน
ชาติที่แล้วเป็นเวินเล่อเยียน ชาตินี้จึงถึงคราวของนาง ดังนั้นคนที่เลือกภาพวาดให้ จะต้องไม่ใช่ฮ่องเต้
หากแต่เป็น...สหายเก่าคนนั้น!