เมิ่งชุนหัวยังไม่ทันได้สติ ก็ถูกคนจากกองตรวจการนครหลวงควบคุมตัวพาออกไปเสียแล้ว
“ปล่อยข้า! ข้าไม่เชื่อ! เหตุใดเยี่ยนเอ๋อร์จึงต้องเข้าตำหนักเย็นด้วย”
เสิ่นเยี่ยนหันไปมองคนตระกูลกู้ทั้งสอง “ข้าจะส่งคนไปส่งพวกท่านกลับ”
ท่าทีสุภาพของเสิ่นเยี่ยนทำให้ทุกคนอดประหลาดใจไม่ได้
เมื่อครู่ฮูหยินเมิ่งกล่าวถึงบุตรสาวของตนเสียเลิศเลอเพียงนั้น ยังไม่เห็นคนจากกองตรวจการนครหลวงแสดงความเคารพเป็นพิเศษ
บัดนี้กลับนอบน้อมต่อตระกูลกู้ถึงเพียงนี้ มิใช่เป็นการบอกชัด ๆ หรอกหรือว่าในบ้านของพวกเขามีพระสนมคนโปรดตัวจริงอยู่!
ถึงอย่างไร กองตรวจการนครหลวงก็เป็นตัวแทนพระประสงค์ของฮ่องเต้!
กู้เว่ยเจิงประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังถามว่า “แล้ว...เรื่องการสอบฤดูใบไม้ผลิเล่า...”
“วางใจเถิด ฮ่องเต้จะคืนความเป็นธรรมให้เจ้า ไม่มีใครใส่ร้ายเจ้าได้ กลับไปเถอะ ข้าก็สมควรกลับไปรายงานแล้ว”
เสิ่นเยี่ยนโบกมือให้เขา ก่อนหมุนตัวเตรียมพาคนจากไป
ใต้เท้าจางงุนงง “ท่าน...ท่านเสิ่น แล้วข้าเล่า...”
“เจ้ากลับคุกไปกับข้า ที่นั่นต่างหากคือบ้านของเจ้า”
……
เวินอวิ๋นเหมียนรอฟังข่าวอยู่ในตำหนักไท่เหอ นางฝนหมึกอยู่ข้างกายฮ่องเต้ คอยเป็นเพื่อนเขาตรวจฎีกา
เห็นนางใจลอย จวินเฉินอวี้จึงยกมุมปาก “กำลังคิดอะไรอยู่หรือ”
เวินอวิ๋นเหมียนได้สติ กัดริมฝีปากเบา ๆ “หม่อมฉันมิได้คิดสิ่งใด”
“อยู่ต่อหน้าเจิ้นแล้วยังปากแข็งอีกหรือ” จวินเฉินอวี้ตรวจฎีกาต่อโดยไม่เงยหน้ามองนาง ทว่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม “วางใจเถิด เจิ้นให้เสี่ยวลู่จื่อถ่ายทอดพระดำรัสด้วยวาจาแล้ว ทั้งยังส่งเสิ่นเยี่ยนแห่งกองตรวจการนครหลวงไปจัดการ จะไม่ปล่อยให้ใครรังแกน้องชายกับท่านน้าของเจ้า”
เสิ่นเยี่ยนหรือ?
