เสวี่ยขุยที่รออยู่ด้านข้างรีบคุกเข่ากราบทูล “ทูลฮ่องเต้ เมื่อคืนบ่าวเป็นผู้ไปเชิญฮ่องเต้เอง อีกทั้งแม่นางโม่ลี่ที่อยู่ข้างกายแม่นางแซ่หนิงยังบอกว่า ฮ่องเต้ไม่ประสงค์จะพบบ่าว”
สีหน้าเย็นชาของจวินเฉินอวี้แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
เขามองเวินอวิ๋นเหมียนที่นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา
เวินอวิ๋นเหมียนเองก็คิดฉวยโอกาสนี้หยั่งเชิงท่าทีของจวินเฉินอวี้ให้ชัด อยากรู้ว่าเขาจะปกป้องหนิงซวงเสวี่ยถึงเพียงใด
เห็นได้ชัดว่าจวินเฉินอวี้ไม่เชื่อว่าหนิงซวงเสวี่ยจะชั่วร้ายเช่นนั้น “นางไม่มีทางทำเช่นนี้ ระหว่างเรื่องนี้คงมีความเข้าใจผิด”
เวินอวิ๋นเหมียนเอ่ยด้วยแววตาเย็นชา “ฮ่องเต้ เสวี่ยขุยก็กล่าวแล้วว่าคนที่ขวางนางไว้ด้านนอกตำหนักคือโม่ลี่ ฮ่องเต้ยังคิดว่าระหว่างเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดอีกหรือเพคะ?”
“โม่ลี่เป็นคนที่แม่นางแซ่หนิงพาเข้าวังมาจากนอกวัง หากไม่ได้รับคำสั่งจากแม่นางแซ่หนิง โม่ลี่จะกล้าปิดบังเบื้องสูงเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ?”
จวินเฉินอวี้ขมวดคิ้ว “นางไม่ใช่คนชั่วร้ายเช่นนั้น เหมียนเอ๋อร์ อย่าคิดแต่มองนางในแง่ร้าย เรื่องนี้ข้าจะลงโทษหมอหลวงที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องเอง”
จ้านหัวที่อยู่ในอ้อมแขนร้องงอแงขึ้นมา จวินเฉินอวี้ใจอ่อน อยากเดินเข้าไปอุ้มธิดามาปลอบ ทว่าเวินอวิ๋นเหมียนกลับเบี่ยงตัวหันไปอีกทาง ท่าทีห่างเหินยิ่งนัก
จวินเฉินอวี้ชะงักมือ
“เจ้ากำลังโกรธข้าอยู่หรือ?”
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ”
จวินเฉินอวี้ขึงสีหน้า “ข้าเพียงบอกเจ้าอย่าเข้าใจนางผิด เจ้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วยหรือ? ข้าก็ไม่เคยเข้าใจผิดว่าเจ้าจงใจพูดเช่นนั้นใส่นาง เพราะฉะนั้นยุติเรื่องนี้เสีย ดีหรือไม่?”
