เวินอวิ๋นเหมียนยกมุมปาก มิได้กล่าวสิ่งใด เพียงพาอวิ๋นหย่างกับอวิ๋นเฟยจากไปทันที
ระหว่างทาง อวิ๋นเฟยจึงกล้าเอ่ยถามขึ้นว่า “นายหญิงน้อย สตรีที่ฮ่องเต้ทรงอุ้มอยู่ดูไม่เหมือนเฟยผินในวัง แต่พระองค์กลับทะนุถนอมนางถึงเพียงนั้น บ่าวไม่เคยเห็นฮ่องเต้ทรงปฏิบัติต่อผู้ใดเช่นนี้มาก่อนเลย”
เวินอวิ๋นเหมียนใช้มือเท้าศีรษะ น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ “ฮ่องเต้จะโปรดปรานผู้ใดก็เป็นเรื่องสมควร ต่อไปอย่าได้กล่าววาจาตัดพ้อเช่นนี้อีก”
อวิ๋นเฟยเม้มปาก “บ่าวรู้ความผิดแล้ว”
เวินอวิ๋นเหมียนนั่งพิงพนักเกี้ยวอย่างเงียบงัน ฮองเฮาเพิ่งถูกกักบริเวณ สตรีผู้นี้ก็เป็นที่สนพระทัยของฮ่องเต้เสียแล้ว ดูท่าระหว่างนี้คงมีฝีมือของฮองเฮาอยู่ด้วย
วันนี้จวินเฉินอวี้ปล่อยให้นางรอเก้อจนเหน็ดเหนื่อยเพราะสตรีผู้นั้น บัดนี้ยังทำราวกับนางไม่มีตัวตนอีก
สักวันเขาต้องเสียใจ
เวินอวิ๋นเหมียนนึกถึงธุระสำคัญของตน จึงสั่งอวิ๋นหย่าง “ไปตำหนักชีเสีย”
“เพคะ”
คนหามเกี้ยวกำลังจะมุ่งหน้าไปตำหนักชีเสีย ก็เห็นเวินเล่อเยียนนั่งเกี้ยวออกมาจากตำหนักเหยียนซีด้วยท่าทางเบิกบานใจ
เวินเล่อเยียนกลับมามีชีวิตชีวา มิได้ดูอ่อนแอเช่นก่อนอีกต่อไป นางประดับปิ่นทองประดับหยกแดง ใบหน้าผ่องพรรณ แม้แต่เสื้อผ้าก็เป็นผ้าไหมอวิ๋นอันหายาก
ครั้นเห็นเวินอวิ๋นเหมียน เวินเล่อเยียนก็ยกมือขึ้นอย่างเกียจคร้าน สั่งให้หยุดเกี้ยว
