“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
กงกงหมิงหอบหายใจพลางกล่าวว่า “เรียนนายหญิงน้อย เมื่อครู่บ่าวให้คนเฝ้าคุณหนูอวิ๋นหย่างไว้ รอรับการจัดการ คิดไม่ถึงว่านางจะคิดสั้น ถึงกับปลิดชีพตนเองพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เวินอวิ๋นเหมียนเผยแววตาตื่นตะลึงปนสับสนเป็นครั้งแรก นางรีบมุ่งหน้าไปยังห้องของอวิ๋นหย่างทันที
ระหว่างทาง นางกำชับอวิ๋นเฟยว่า “รีบไปเชิญหมอหลวงหนีมา”
“เพคะ”
เมื่อเวินอวิ๋นเหมียนไปถึง อวิ๋นหย่างก็ถูกจัดให้นอนราบอยู่บนเตียงแล้ว ข้อมือมีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดกำลังไหลทะลักออกมา
เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของนาง เวินอวิ๋นเหมียนก็รู้สึกสับสนจนถึงขีดสุด
ความขุ่นเคืองที่มีต่อนางคลายลงไปบ้าง
ชาติก่อนนางฝ่าฟันอยู่ในวังมาหลายปี คนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างนางจนถึงที่สุดก็เหลือเพียงอวิ๋นหย่าง ยามนี้ได้เห็นนางฆ่าตัวตายเพื่อไถ่โทษกับตาตนเอง เวินอวิ๋นเหมียนก็ไม่อาจบอกได้ว่ารู้สึกเช่นไร
สู่ขุยกล่าวเสียงสั่นว่า “นายหญิงน้อย พี่อวิ๋นหย่างยังหายใจอยู่ ยังช่วยได้เพคะ...”
เวินอวิ๋นเหมียนรีบไปถึงข้างเตียง อวิ๋นหย่างยังฝืนประคองสติไว้ได้ พอเห็นเวินอวิ๋นเหมียน นางก็สะอื้นเอ่ยว่า “นายหญิงน้อย ข้าขอโทษ อวิ๋นหย่างขอโทษท่าน...”
ดวงตาของเวินอวิ๋นเหมียนแดงก่ำ “อย่าเพิ่งพูด จงอดทนไว้ก่อน หมอหลวงหนีใกล้จะมาแล้ว”
อวิ๋นหย่างหลั่งน้ำตา นับแต่รู้ว่าพระสนมซูใช้สมาชิกทั้งสิบสามคนในครอบครัวข่มขู่นาง ทั้งยังจะส่งน้องสาวไปยังหอนางโลม นางก็ตัดสินใจแล้วว่าตนคงต้องตาย จึงยอมช่วยพระสนมซูทำงาน
นางผิดต่อเจ้านาย แต่นางทนมองครอบครัวทั้งสิบสามคนถูกสังหารต่อหน้าต่อตาไม่ได้จริง ๆ นางจึงทำได้เพียงยอมจำนน...
“นายหญิงน้อย บ่าวมิได้คิดทรยศท่าน พระสนมซูจะ...จะสังหารคนในครอบครัวของบ่าว บ่าวถูกบีบให้จนหนทาง จึงต้องทำตามนาง...”
