จวินเฉินอวี้สีหน้าหม่นคล้ำ “พาตัวคนที่ทำร้ายเว่ยซื่อพวกนั้นมา เจิ้นจะสอบสวนด้วยตนเอง”
ท่านกงกงลู่ไม่กล้ารั้งรอ รีบรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ!”
แววตาของเวินอวิ๋นเหมียนเย็นชา นางส่งสายตาให้อวิ๋นหย่าง อีกฝ่ายเข้าใจความหมายทันที จึงพยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนถอยออกจากตำหนักไป
การตายของเว่ยซื่อมีเงื่อนงำเกินไป ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังก็บังเอิญโยนความผิดทั้งหมดให้สนมซูกับเวินเล่อเยียนพอดี
หรือจะเป็นฮองเฮา?
ไม่ว่าอย่างไร ต้องส่งคนไปเฝ้าศพอย่างลับ ๆ ก่อน ห้ามให้ผู้ใดลงมือทำอะไรเด็ดขาด
อวิ๋นหย่างเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เมื่อนางออกจากตำหนักเหยาหวา ก็เรียกหนีอวี้เหิงมาทันที “ใต้เท้าหนี โปรดตามบ่าวไปที่ทางเดินในวังสักแห่ง ระหว่างทางบ่าวจะอธิบายให้ฟัง”
หนีอวี้เหิงไม่กล้ารั้งรอ วางสมุนไพรในมือลงแล้วรีบตามไป “มาแล้ว”
เมื่อครู่เขาต้มยาให้เหนียงเหนียงไปพลาง ศึกษาตำรับยาไปพลาง
หากเขาค้นคว้าจนคิดค้นยาถอนพิษตกค้างจากกู่หญ้าได้ เหนียงเหนียงก็จะไม่ติดค้างบุญคุณติ้งชินอ๋องแล้วใช่หรือไม่?
ถึงอย่างไรบุญคุณที่แลกมาด้วยการลดอายุขัยก็หนักหนาเกินไป เขาอดกังวลไม่ได้ว่าติ้งชินอ๋องจะใช้บุญคุณนี้บีบบังคับเหนียงเหนียง
ดังนั้น อายุขัยที่ติ้งชินอ๋องเสียไป เขาจะต้องทวงคืนจากยมบาลให้ได้
เพื่อไม่ให้ติ้งชินอ๋องตามรังควานเหนียงเหนียงอีก เขาจำต้องค้นคว้าตำรับยาให้สำเร็จ
ถึงยามนั้น เมื่อถอนพิษได้แล้ว เหนียงเหนียงก็จะตัดขาดกับติ้งชินอ๋องได้เสียที!
ดีเหลือเกิน!
หนีอวี้เหิงให้กำลังใจตนเอง: อวี้เหิง เจ้าทำได้แน่!
แม้ยาถอนพิษจะคิดค้นได้ยาก แต่โรคประหลาดใดในใต้หล้านี้ก็ไม่เคยมีโรคใดที่เขาแก้ไม่ได้
