ฮองเฮาเสด็จออกจากตำหนักแล้ว ก็รับสั่งให้เหล่าสนมที่รออยู่ด้านนอกเข้ามา
หลังจากทุกคนถวายคำนับแล้ว จึงพากันนั่งลง
สนมฮุ่ยซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ฮองเฮาเหนียงเหนียงคงยังไม่ทรงทราบกระมัง ฮ่องเต้จะเสด็จออกจากวังไปด่านผิงหยาง ทั้งยังพากุ้ยเฟยไปด้วย นี่เป็นเรื่องของราชสำนัก เหตุใดจึงต้องพาสนมในวังหลังไปด้วย หม่อมฉันไม่เข้าใจจริง ๆ”
เมื่อสนมฮุ่ยเป็นฝ่ายเริ่มเอ่ย คนรอบข้างก็พากันกล่าวคล้อยตาม
ทุกคนต่างพูดกันคนละคำสองคำ ฮองเฮาฟังแล้วพึงพอใจยิ่งนัก
นางเพียงต้องการให้คนเหล่านี้ไม่พอใจเวินอวิ๋นเหมียน เช่นนี้ฮองเฮาจึงจะรับหน้าที่ดูแลกิจการในวังหลังกลับคืนมาได้สะดวก
ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามาช่วยอภิบาลภายในตำหนักทั้ง 6 และห้ามแบ่งอำนาจของนางไป
“น้องหญิงทั้งหลายอย่าได้คิดมากไปเลย เพียงแต่การกระทำของกุ้ยเฟยก็เกินไปอยู่บ้าง นางรั้งฮ่องเต้ไว้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งยังได้รับความโปรดปรานล้นเหลือ หากเป็นเช่นนี้แล้วน้องหญิงที่เข้าวังมา จะมีวันได้เชิดหน้าชูตาเมื่อใดกันเล่า”
เหล่าสนมใหม่ต่างพากันพยักหน้า พวกนางหลายคนยังไม่เคยพบพระพักตร์ฮ่องเต้ด้วยซ้ำ
“อย่างไรก็ยังเหลือเวลาอีกระยะกว่าจะเสด็จไปด่านผิงหยาง ช่วงนี้เปิ่นกงจะพยายามช่วยเกื้อหนุนน้องหญิงทั้งหลายต่อหน้าฮ่องเต้ เพียงหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น กุ้ยเฟยจะไม่เป่าหูฮ่องเต้จนสิ่งที่เปิ่นกงพูดไปสูญเปล่าก็พอ”
เมื่อทุกคนได้ฟังฮองเฮาตรัสเช่นนี้ ก็อดเลื่อมใสจากใจไม่ได้ มิน่าเล่าฮองเฮาเหนียงเหนียงจึงประทับมั่นคงอยู่ในตำแหน่งประมุขฝ่ายใน ความใจกว้างเช่นนี้เป็นสิ่งที่คนใจแคบอย่างกุ้ยเฟยเทียบไม่ติด
