ยามดึกสงัด หนิงซวงเสวี่ยนอนอยู่บนเตียง
ในสมองของนางราวกับมีรอยร้าว เรื่องราวมากมายผุดขึ้นมา นางนึกถึงใบหน้าของจวินเฉินอวี้ นึกถึงครั้งแรกที่ทั้งสองพบกัน
เขาคือองค์รัชทายาท เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์
ส่วนนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง...
นางนึกถึงช่วงเวลาหลายปีที่พลัดพรากจากครอบครัว นึกถึงตอนที่บาดเจ็บจนตกหน้าผา และนึกถึงตอนที่ถูกคนรับไปเลี้ยง
และยัง...
หนิงซวงเสวี่ยพลันกรีดร้องแล้วผุดลุกขึ้นจากฝัน
นางเหงื่อท่วมกาย ครั้นหันไปก็พบว่าจวินเฉินอวี้ไม่อยู่ข้างกาย
“สามี?”
หนิงซวงเสวี่ยร้อนใจจนคิดจะลงจากเตียง ทว่าความเจ็บปวดอย่างหนักจากการกระแทกศีรษะเมื่อเช้าทำให้นางขยับตัวไม่ได้
โม่ลี่ได้ยินเสียงจึงรีบเข้ามา “แม่นาง เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”
ใบหน้าหนิงซวงเสวี่ยซีดเผือด นางกำมือโม่ลี่แน่น “ให้ฮ่องเต้ช่วยข้าฆ่าคนในครอบครัวนั้น! ช่วยข้าฆ่าพวกเขา!”
โม่ลี่งุนงง “แม่นาง มีเรื่องใดค่อย ๆ เล่าเถิด ยามนี้ดึกมากแล้ว บ่าวไปตำหนักไท่เหอไม่ได้เจ้าค่ะ”
น้ำตาหนิงซวงเสวี่ยไหลพรั่งพรู
นางยกมือปิดหน้า ร่ำไห้จนเสียงขาดห้วง
นางนึกออกแล้วว่า หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสในคราวนั้น คนในครอบครัวนั้นเก็บนางกลับไป เมื่อเห็นว่านางยังมีโอกาสรอดชีวิต พวกเขาก็คิดจะให้อวี๋เฟิงเซวียนแต่งงานกับนาง
นางเกือบถูกบังคับ ถึงขั้นพยายามชนกำแพงฆ่าตัวตาย และเพราะเช่นนั้น ศีรษะจึงได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
แม้แต่เรื่องในคราวนั้น นางก็จำไม่ได้
ภายหลังเมื่อนางฟื้นขึ้นมา ครอบครัวนั้นก็ไม่กล้าบังคับนางอีก ทว่าอวี๋เฟิงเซวียนมักเข้าไปในห้องของนาง บางครั้งแม้แต่นางอาบน้ำอยู่ ก็ยังได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก
นางหนีไปไหนไม่ได้ ทั้งยังต้องเก็บสมุนไพรอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน
คนในครอบครัวนั้นทำดีกับนาง เพียงเพราะนางรู้จักสมุนไพร และสมุนไพรนำไปขายแลกเงินได้
แต่เพราะนางมักเก็บสมุนไพรในหุบเขา บางครั้งพลัดล้มจนศีรษะกระแทก ความทรงจำจึงพร่าเลือนอยู่เสมอ
