วันถัดมา ยามเวินอวิ๋นเหมียนตื่นขึ้น จวินเฉินอวี้ก็ออกไปว่าราชการแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนยกมุมปากขึ้นอย่างแผ่วเบา เมื่อคืนจวินเฉินอวี้พลิกตัวไปมา คาดว่ายามเช้าวันนี้คงหนักอึ้งในใจขณะออกไปว่าราชการ
ในเมื่อจงใจทำให้นางขุ่นเคือง เช่นนั้นก็จงลิ้มรสความรู้สึกที่นางมอบให้เขาเสียให้เต็มที่
ยามอวิ๋นหย่างกับอวิ๋นเฟยเข้ามาปรนนิบัติ ทั้งคู่ไม่เพียงระมัดระวังตัว หากยังพูดน้อยเป็นพิเศษ ทว่าหากสังเกตให้ดี ใบหน้าของสาวใช้ทั้งสองล้วนแดงระเรื่อ
เวินอวิ๋นเหมียนมองพวกนางด้วยความสงสัย “พวกเจ้าเป็นอะไรกัน เหตุใดคนหนึ่งหน้าแดงยิ่งกว่าอีกคน?”
อวิ๋นเฟยเม้มปากกล่าวว่า “นายหญิงน้อย บ่าวเห็นว่าวันนี้พระพักตร์ฮ่องเต้อ่อนล้า บ่าวไม่เคยเห็นฮ่องเต้เป็นเช่นนี้มาก่อน คงทรงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยกระมัง”
อวิ๋นเฟยคิดว่า ทุกครั้งที่นางได้พบฮ่องเต้ พระองค์มักเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ทรงสง่างามสูงส่งดุจจักรพรรดิ ไม่เคยมีคราวใดที่ดูเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้
