เสื้อผ้าบนร่างถูกถอดออก โหลวฝู่เฉินก้มลงจุมพิตความงดงามของเธอ หยุนอี้โอบศีรษะเขาไว้ พลางครางออกมาอย่างอดกลั้นจนพูดไม่เป็นคำ
……
อากาศหนาวขึ้นเรื่อย ๆ พริบตาเดียวก็เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว
วันที่ 28 เดือนสิบสอง กลิ่นอายเทศกาลปีใหม่อบอวลเข้มข้นไปทั่ว ถนนหนทางแขวนโคมแดง บ้านเรือนต่าง ๆ วุ่นอยู่กับการซื้อของเตรียมฉลองปีใหม่ ส่วนในตรอกก็มีเสียงประทัดของเด็ก ๆ ดังเป๊าะแป๊ะเป็นระยะ
หยุนอี้ยืนอยู่บนเก้าอี้ ในมือถือกลอนคู่ที่เพิ่งเขียนเสร็จ พลางกะระยะเพื่อแปะลงบนกรอบประตู
โหลวฝู่เฉินขมวดคิ้วน้อย ๆ
“ขยับไปทางซ้ายอีกนิด… ซ้ายอีก… เลยไปแล้ว ๆ ขยับกลับมาทางขวาหน่อย…”
แขนของหยุนอี้ยกค้างจนเริ่มเมื่อย กลอนคู่บนกรอบประตูจึงขยับเอียงไปเอียงมา
“แบบนี้ได้หรือยัง?”
โหลวฝู่เฉินถอยหลังไปสองก้าว มองพิจารณาครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ด้านขวายังสูงไป ฉันแปะเองดีกว่า”
หยุนอี้เบ้ปากอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันจะแปะเอง! ฉันอยากแปะ”
โหลวฝู่เฉินมองท่าทางที่เธอกำลังออกแรง แล้วถามว่า “เอื้อมไม่ถึงใช่ไหม?”
“ใครบอกว่าฉันเอื้อมไม่ถึง? คุณกำลังบอกว่าฉันเตี้ยเหรอ? สูงอยู่คนเดียวหรือไง ทำเป็นอวดไปได้!”
โหลวฝู่เฉินยืนกอดอกมองเธออย่างใจเย็นอยู่ข้างล่าง
หยุนอี้กระโดดอยู่สองสามทีอย่างไม่ยอมแพ้ เก้าอี้จึงสั่นไหวตามไปด้วย จนเธอตกใจรีบคว้ากรอบประตูไว้
“กว่าคุณจะแปะเสร็จ วันส่งท้ายปีเก่าคงผ่านไปแล้ว”
แม้จะพูดอย่างนั้น เขาก็ก้มลงโอบขาเธอ แล้วยกเธอขึ้นมา ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
