เมืองจิง คฤหาสน์แถบชานเมือง
หยุนอี้ยกมือเคาะประตูคฤหาสน์พลางถามว่า “มีใครอยู่ไหมคะ? ฉันเข้าไปได้หรือเปล่า?”
ประตูคฤหาสน์ค่อย ๆ เปิดออก หยุนอี้คิดว่าอาจมีคนอยู่ข้างในคอยควบคุมประตู พอเห็นเธอแล้วคงคิดว่าเธอเป็นสาวน้อยที่ไม่มีพิษมีภัย แถมในมือยังถือหม้อใบโปรดกับตะหลิว จึงยอมให้เธอเข้ามา
เดินผ่านประตูบานใหญ่หรูหราปิดทอง ราวกับก้าวเข้าสู่พระราชวังยุโรปโบราณ
กลางโถงทางเข้า โคมระย้าคริสตัลสไตล์บาโรกห้อยลงมาจากเพดานสูงสามชั้น ส่องสว่างลงบนพรมโมเสกปูพื้นลวดลายซับซ้อนที่ทำด้วยมือ
ภายในบ้านไม่มีสวิตช์ไฟแบบเดิม เมื่อมีคนเดินเข้ามา ไฟก็สว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ อุณหภูมิและความชื้นปรับไปอยู่ในระดับสบายที่สุด ผนังทั้งด้านเป็นจอภาพโอแอลอีดีที่เปลี่ยนเป็นภาพวิวหน้าต่างบานสูง แกลเลอรีศิลปะ หรือโรงภาพยนตร์ในบ้านได้เพียงกดปุ่มเดียว
“ว้าว หรูหราอลังการ สมฐานะและมีรสนิยมสุด ๆ”
“นี่มันคฤหาสน์หลังเล็กที่ไหนกัน นี่มันแหล่งท่องเที่ยวระดับห้าดาวชัด ๆ!”
ทำงานเป็นพี่เลี้ยงในบ้านท่านประธานแบบนี้เนี่ยนะ?
หยุนอี้วางหม้อ ตะหลิว และกระเป๋าสะพายไว้ข้าง ๆ ก่อนถูมือไปมา แล้วสำรวจคฤหาสน์ต่อด้วยอารมณ์ดีสุด ๆ!
ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็นใครคนหนึ่งนอนเอนอยู่บนโซฟา พูดให้ถูกคือชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง เขาเปลือยท่อนบน มีเพียงผ้าห่มผืนหนึ่งคลุมอยู่ตรงเอว
ตอนนี้เป็นเวลาเช้า เธอจึงเห็นภาพที่ผู้ชายมักเป็นกันยามตื่นนอนอย่างเต็มตา
