“วันนี้จอมจักรพรรดิมาเยือนอย่างกะทันหัน แถมยังพากู่ชิงเชิงมาด้วย หรือว่า...จะมาทวงความแค้นเก่าที่นางถูกขับออกจากสายหลักในครั้งนั้น?”
เมื่อความคิดอันน่าสะพรึงนี้ผุดขึ้นในสมองกู่เสวียนจี เหงื่อเย็นก็ไหลชุ่มแผ่นหลังของเขาในพริบตา
เขาตัดสินใจเด็ดขาด รีบส่งกระแสเสียงไปหาผู้อาวุโสด้านหลัง ไม่นานนัก มหาปราชญ์แห่งตระกูลกู่ผู้มีผมขาวโพลน นามว่ากู่ชิงเสียว ก็ถูกพาตัวเข้ามาในโถงใหญ่
ในปีนั้น คนในสายสกุลของกู่ชิงเสียวเองที่จงใจกดขี่และใส่ร้ายสายสกุลของกู่ชิงเชิงเพื่อแย่งชิงทรัพยากร จนท้ายที่สุดทำให้พวกนางถูกขับออกจากตระกูลกู่
แม้ผู้ที่เป็นคนกุมอำนาจตัดสินใจในครั้งนั้นจะสิ้นอายุขัยไปนานแล้ว แต่กู่ชิงเสียวผู้นี้ก็คือบรรพชนของสายสกุลนั้น
“ไอ้คนชั่ว ยังไม่คุกเข่าอีก!” กู่เสวียนจีตวาดลั่น บังคับให้กู่ชิงเสียวผู้มีพลังระดับมหาปราชญ์คุกเข่าต่อหน้ากู่ชิงเชิง “ในปีนั้นสายสกุลของเจ้าเป็นพวกตื้นเขลา มองการณ์สั้น รังแกคนร่วมตระกูล วันนี้จงรีบขอขมาชิงเชิง และวิงวอนให้นางยกโทษให้!”
ในสายตาของกู่เสวียนจี ขอเพียงดับโทสะของจอมจักรพรรดิได้ อย่าว่าแต่ต้องสละกู่ชิงเสียวคนเดียวเลย ต่อให้ต้องลงมือสังหารคนทั้งสายสกุลนั้นด้วยตนเอง เขาก็ไม่มีวันลังเลแม้แต่น้อย!
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกู่ชิงเสียวที่คุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น แววตาของกู่ชิงเชิงกลับสงบนิ่ง
นางปล่อยวางความแค้นในตระกูลเมื่อหลายพันปีก่อนไปนานแล้ว
อีกทั้งศัตรูโดยตรงในครั้งนั้นก็สิ้นอายุขัยไปนานแล้ว เรื่องนี้แทบไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกู่ชิงเสียวที่อยู่ตรงหน้า นางจึงคร้านจะสืบสาวเอาความ
“เรื่องในอดีตเลือนหายไปดุจควัน ข้าไม่ใช่คนของตระกูลกู่อีกแล้ว” กู่ชิงเชิงสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ อย่างเฉยเมย มิได้ลงโทษแต่อย่างใด