บทที่ 6 การประชุมสำนักงานใหญ่ สาเหตุที่หายตัวไป!
เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จขั้นสูงสุด จะสามารถควบคุมวิญญาณต่ำชั่วได้นับร้อยล้าน อีกทั้งยังมีวิธีประยุกต์ใช้วิถีแห่งวิญญาณ อย่างการดึงวิญญาณผละร่างเพื่อหลอมรวมอยู่ด้วย
เสียงถ่ายทอดผ่านญาณของลู่หลีดังก้องอยู่ในทะเลสำนึกของลู่เสวี่ยเหยา
“วิชาทั้งสองแขนงนี้ แขนงหนึ่งเน้นฝึกฝนร่างกายและพลังโลหิต อีกแขนงหนึ่งเน้นฝึกฝนจิตวิญญาณ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจงฝึกฝนให้ดีในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งลึกลับแห่งนี้
หากพบวิกฤตเป็นตาย ให้เรียกหาข้าในใจทันที”
“จงจำไว้ ในสายตาของผู้ฝึกมาร สรรพสิ่งล้วนหลอมได้”
หลังทิ้งคำกำชับนี้ไว้ ภาพฉายของลู่หลีก็กะพริบวูบไหวเล็กน้อย
ร่างของเขากลายเป็นจุดแสงสีดำนับไม่ถ้วน ก่อนสลายหายไปในถ้ำ
ลู่เสวี่ยเหยายืนนิ่งงันอยู่กับที่ รับรู้ถึงวิชาลึกลับสองเล่มในทะเลสำนึก ซึ่งแผ่กลิ่นอายโบราณออกมา
แนวคิดเรื่องการบำเพ็ญเซียนและวิถีมารเป็นสิ่งที่เธอไม่คุ้นเคยเลย ในจิตใต้สำนึก เธอจึงคิดไปเองว่านี่จะต้องเป็นวิชาลับจากโลกแห่งนรก ซึ่งพี่ชายได้มาอย่างยากลำบากหลังจากตายและตกลงสู่โลกแห่งนรก เพื่อใช้ต่อกรกับสิ่งลึกลับ
“พี่ หนูจะไม่ทำให้ความหวังดีของพี่ต้องสูญเปล่าเด็ดขาด!” ลู่เสวี่ยเหยากัดริมฝีปากแน่น ก่อนเช็ดน้ำตาที่หางตาให้แห้งสนิท ความหวาดกลัวและความอ่อนแอในแววตาหายไปจนหมด แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เนื่องจากลู่หลีถ่ายทอดวิชาทั้งสองเล่มให้เธอโดยตรงด้วยวิธีถ่ายทอดพลังเข้าสู่ร่าง ความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางการโคจรพลังและเคล็ดวิชาของคัมภีร์เทพโลหิตกับคัมภีร์จักรพรรดิหมื่นวิญญาณ รวมถึงอุปสรรคนานาประการระหว่างฝึกฝน จึงถูกจารึกไว้ในส่วนลึกของทะเลสำนึกของลู่เสวี่ยเหยา ทำให้เธอรู้สึกราวกับเกิดมาก็เข้าใจวิชาทั้งสองแขนงนี้อยู่แล้ว