ขณะเดียวกัน ทั้งสี่คนที่ถูกเคลื่อนย้ายมายังกลางเวทีละครอย่างกะทันหัน ต่างพบว่ามีบทละครม้วนหนึ่งปรากฏขึ้นในมือโดยไม่รู้ตัว มันมีสีเหลืองคล้ำและสัมผัสคล้ายหนังมนุษย์
ตัวอักษรบนบทละครเขียนด้วยเลือดสดที่ยังไม่แห้ง ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง
นี่ไม่ใช่แค่บทละคร หากแต่เป็นกฎการสังหารที่สิ่งลึกลับตนนี้กำหนดขึ้น
ทั้งสี่รีบเปิดบทละครออกดู ทว่าเนื้อหาข้างในกลับทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษทั้งสี่ผู้ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึม แววตาฉายประกายเย็นเยียบ
ฉากของบทละครถูกกำหนดให้เป็น “ศาลต้าหลี่” เป็นเรื่องราวการพิจารณาคดี สวีเทียนหมิงรับบทเป็น “ผู้พิพากษาลายหมึก” ซึ่งมีฐานะเป็นประธานผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขาต้องพิจารณาคดีตัวละครที่ซูชิงยวนรับบท และประหารชีวิตเธอต่อหน้าผู้คน
เหยียนถูรับบทเป็น “อสูรหน้าคราม” ซึ่งเป็นเพชฌฆาตผู้รับหน้าที่ประหารในศาลต้าหลี่ ส่วนซูชิงยวนรับบทเป็น “หญิงสาวผู้เกรี้ยวกราดหน้าชาด” มีฐานะเป็นสตรีผู้กล้าจากตระกูลขุนศึกที่ถูกประหารล้างตระกูล หลังหลบหนีออกมาได้ เธอก็ถูกจับกลับมายังศาลต้าหลี่ และกำลังจะถูกประหารด้วยการตัดหัว
แต่เงื่อนงำที่ซ่อนอยู่ในบทละครระบุว่า แท้จริงแล้วเธอจงใจยอมให้จับ เพียงเพื่อกลับมาแก้แค้นขุนนางสุนัขผู้เป็นประธานผู้พิพากษา
ส่วนฉู่จิ้นรับบทเป็น “ผู้พิทักษ์หน้าทอง” หรือองครักษ์ดาบทอง มีหน้าที่คุ้มกันผู้พิพากษาสวีเทียนหมิงในศาล
ทั้งสี่เทียบเคียงเรื่องราวในบทละครกับบทบาทของตน สีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่ลง
“นี่มันจะเรียกว่าการแสดงได้อย่างไร เห็นชัด ๆ ว่าต้องการให้เราฆ่ากันเองบนเวทีละคร!”