เจียงเฉินยืนหอบหายใจอยู่ข้างแท่นบูชา
ผลของคนคลั่งยามสิ้นหวังกำลังหมดลง ความปวดเมื่อยแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า
เมฆดำสีเลือดสลายไปแล้ว แสงจันทร์สาดลงมาอีกครั้งอย่างนุ่มนวล
วิญญาณแค้นที่ลอยอยู่กลางอากาศพากันหันมาทางเขา ก่อนจะค้อมกายให้น้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เลือนหายไป
เรื่องน่าจะจบแล้วสินะ เจียงเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา ทันทีที่บอสล้มลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็น่าจะดังตามมาแล้ว
แต่ตอนนี้กลับเงียบสงบ
‘ระบบค้างหรือไง?’
อย่างน้อยให้รางวัลปลอบใจก็ยังดี
เขาเพิ่งคิดจะก้าวไปข้างหน้า จู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
รูปปั้นเทพองค์เล็กตรงหน้าอกของเจียงเยี่ยนชิวขยับขึ้นมาเอง
มันพุ่งขึ้นไปกลางอากาศด้วยความเร็วสูง ก่อนแสงสีดำจะระเบิดออก
ความมืดข้นคลั่กทะลักออกมาจากรูปปั้นเทพ แล้วรวมตัวกันกลางอากาศจนเป็นรูปร่าง
ศีรษะขนาดมหึมาปรากฏขึ้น เปลวไฟสีทองสองกองเต้นระริกอยู่ในเบ้าตา
เจียงเฉินถอยหลังไปครึ่งก้าว แล้วรวบรวมพลังวิญญาณขึ้นมาอีกครั้ง
‘ให้ตายสิ ยังมีร่างสองอีกเหรอ?’
เขาเกลียดบอสแบบนี้ที่สุด เล่นจนหลอดพลังชีวิตใกล้หมดแล้วยังไม่จบ ต้องมีฉากแปลงร่างยืดเวลาอีก ชัด ๆ ว่าถ่วงเวลา
ขณะที่เขากำลังจะลงมือ ศีรษะนั้นก็เอ่ยปาก
“มดปลวก”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำผิดอะไร?”
เสียงกึกก้องทรงพลัง แฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้จิตใจสั่นสะท้าน
เจียงเฉินกะพริบตา แล้วพยักหน้าอย่างจริงใจ “รู้สิ”
ศีรษะนั้นชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่ามดปลวกตัวนี้จะรู้ความขนาดนี้
มันกำลังจะฉวยโอกาสตัดสินโทษ แต่กลับได้ยินเจียงเฉินเสริมขึ้นมาว่า
“ลูกไม่สั่งสอน พ่อก็ต้องรับผิดชอบสิ”
ศีรษะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเข้าใจความหมาย
จากนั้นเปลวไฟในดวงตาที่ตั้งตรงก็ลุกโชนขึ้น
