ฉากต่อจากนั้นชวนให้รู้สึกประหลาดไม่น้อย
ไช่จิ้นยืนกรานว่าจะไม่จ้างเหอเจิงเป่าด้วยเงินเดือนปีละ 1 หยวน แต่อยากเสนอเงินเดือนพื้นฐานปีละ 100,000 หยวน พร้อมสวัสดิการต่างหาก
แต่เหอเจิงเป่ากลับยืนกรานจะรับเพียง 1 หยวน
ชายชราตัวเล็กคนนี้ หากมอบความไว้วางใจให้ใครแล้ว ก็จะทุ่มเทให้คนคนนั้นอย่างเต็มที่
แม้ตอนที่ทำความรู้จักกัน ไช่จิ้นจะถูกเขาขัดคออยู่ไม่น้อย แต่ไช่จิ้นต้องการทั้งคนเก่งและผลกำไร เพราะหัวเรือใหญ่ของกิจการมีส่วนชี้ขาดความสำเร็จหรือล้มเหลวของเงินลงทุนหลายพันล้าน
เขาคิดเรื่องนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
สุดท้ายหลิวอี้ฟู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มแล้วเสนอทางออกแบบประนีประนอม
ก่อนที่อุตสาหกรรมรถยนต์จะเริ่มผลิต ให้รับเงินเดือนปีละ 1 หยวนไปก่อน หลังเริ่มผลิตและวางขายแล้ว ค่อยปรับตามมาตรฐานของบริษัท
ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย แต่ไช่จิ้นก็จะชดเชยให้ชายชราตัวเล็กคนนี้ในด้านอื่นด้วย
ทั้งสามคนนั่งอยู่ในห้องจนปวดก้นไปหมด
พอออกมา พวกเขาก็พูดคุยหยอกล้อกันอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศกลมเกลียว
แต่เมื่อหลิวอี้ฟู่เห็นจี้จินช่าน เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาและเอ่ยตำหนิว่า “ผู้เฒ่าจี้ ทำไมถึงมาถึงนี่ได้ล่ะครับ”
ผู้เฒ่าจี้ลุกขึ้นโดยมีเสิ่นเจี้ยนช่วยประคอง
ชายชรามีท่าทีเบิกบาน ดวงตาเป็นประกายขณะมองทั้งสามคน
“ระหว่างทาง เสิ่นเจี้ยนบอกผมว่าไช่จิ้นกับผู้อำนวยการเหอคงมีเรื่องกันแน่ แต่ดูท่าว่าพวกเราจะคิดมากไปเอง พวกคุณเข้ากันได้ดีนี่นา”
“ว่าไง คุยกันลงตัวแล้วหรือยัง”
ไช่จิ้นยิ้มและพยักหน้า ท่าทางแสดงความเคารพอย่างยิ่ง “ถึงขั้นตอนจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้เราไม่เข้าใจกันดีพอครับ”
