“จะซักไซ้เหรอ? เถ้าแก่หวัง นี่นายคิดจะหาเรื่องกันหรือไง”
“โธ่เอ๊ย นายคิดว่าเถ้าแก่คนนั้นลึกลับมากหรือไง จะแนะนำให้รู้จักก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้านายจะไปซักไซ้ ฉันหวังอันฝูยังไม่กล้าพอจะแนะนำให้หรอกนะ”
หวังอันฝูเงยหน้ามองอีกฝ่าย รู้สึกว่าเขาพูดจาไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
เถ้าแก่ไช่เป็นพี่น้องกับเถ้าแก่ไช่ของพวกเรา พาพวกเราทำเงินจากตลาดหุ้นฮ่องกง นายกลับจะให้ฉันแนะนำให้นายไปซักไซ้เขาเนี่ยนะ
โธ่เอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยากขายอาหารหมูไปมณฑลเจียงหนาน
ฉันคงตบหน้านายสักฉาดให้ได้สติแล้ว เชื่อไหมล่ะ
หวังจงไห่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “จะเรียกว่าซักไซ้ก็ไม่เชิง ฉันแค่อยากถามว่าทำไมถึงเล่นงานฉัน ฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะไปล่วงเกินใครที่นี่นะ”
หวังอันฝูถึงได้เผยรอยยิ้มออกมาบ้าง
“บอกให้ชัดตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง เรื่องเล็กน้อยเอง เดี๋ยวฉันติดต่อให้”
“จริงสิ คืนนี้ฉันจะพานายไปคาราโอเกะของพี่ไช่”
……
บริเวณใกล้ด่านเขตหลัวฝู
แถวนี้มีผู้คนเดินทางไปมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักธุรกิจ ไช่เหว่ยเฉียงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในนั้น
หลังจากกอบโกยเงินจากตลาดหุ้นฮ่องกงกลับมาได้ก้อนหนึ่ง เขาก็ไม่ได้นิ่งเฉย แถมยังปิดโรงน้ำชาของตัวเองด้วย
จากนั้นก็ซื้ออาคารเล็ก ๆ สูงห้าชั้น มีพื้นที่มากกว่าสี่พันตารางเมตรในย่านนี้
เดิมทีอาคารหลังนี้เป็นคาราโอเกะที่นักธุรกิจชาวฮ่องกงลงทุนไว้ แต่เจ้าของไม่รู้วิธีบริหาร จึงขาดทุน
