“อ้อ แล้วต้องทำยังไงถึงจะคลายปมในใจคุณน้าได้?”
ไช่จิ้นยิ้มบาง ๆ
“ฉัน...” เฉินนีทำท่าจะพูด แต่ก็ยั้งตัวเองไว้
ที่จริงเธออยากถามว่าเรื่องที่ไช่จิ้นพูดไว้คราวก่อนเป็นความจริงหรือเปล่า
สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์หงชาง เธอไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว
แต่เธอไม่สนใจแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเฉินเหนียนฮวายังทำตัวเหมือนคนเสียสติ คอยมาหาแม่ลูกคู่นี้เป็นครั้งคราวเพื่อพูดจาเหน็บแนม
วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ ว่าถ้าไม่มีเขา แม่ลูกคู่นี้คงอยู่ไม่ได้แน่
ดูเขาสิ พอแยกจากแม่ลูกคู่นี้ ชีวิตกลับดีขึ้นเรื่อย ๆ
ใครเจอแบบนี้ก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจทั้งนั้น
เฉินนีเกลียดพ่อคนนี้มาก ในเมื่อแยกทางกันแล้ว เขาก็ควรปล่อยแม่ลูกคู่นี้ไปเสีย
แต่กลับยังคอยบีบคั้นกันขนาดนี้ จะไม่ให้เกลียดได้ยังไง
บางครั้งเธอก็เคยคิดสุดโต่ง อยากให้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์หงชางล้มละลาย อยากให้น้องชายต่างมารดาคนนั้นไม่เหลืออะไรเลย
แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรใจแคบแบบนั้น
ในใจเธอสับสนไปหมด
ไช่จิ้นเข้าใจความรู้สึกของเธอ เขายิ้มแล้วพูดว่า “ฉันรู้แล้วว่าควรทำยังไง”
“อีกอย่าง ถ้าฉันจำไม่ผิด ที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์หงชางได้เป็นโรงงานรับจ้างผลิตให้โมโตโรลา ก็เพราะมีเทคโนโลยีหลักอยู่ด้วยใช่ไหม”
เฉินนีพยักหน้า “ใช่ค่ะ พ่อฉันเคยเป็นช่างเทคนิคที่โรงงานของรัฐ”
“ที่จริงเทคโนโลยีหลักพวกนั้น เราก็เอามาใช้ได้เหมือนกัน”
