คำพูดประโยคเดียวของไช่จิ้นทำให้พนักงานทุกคนในที่นั้นสะดุ้งกันถ้วนหน้า
ส่วนเถ้าแก่หวังคนนี้ยิ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ พูดไม่ออกไปพักใหญ่
จนกระทั่งไช่จิ้นกับจางรุ่ยหลงออกจากบริษัทไปแล้ว สวีเจียอิ้นถึงเดินกลับเข้าห้องทำงานด้วยสีหน้าบึ้งตึง
พนักงานคนหนึ่งรีบเข้ามาพูดทันทีว่า “ขอโทษด้วยครับ เถ้าแก่หวัง เชิญคุณออกไปจากที่นี่ครับ”
“คุณสวี ผมมาหาคุณสวี ขอผมคุยกับเขาสักสองสามคำเถอะ” เถ้าแก่หวังตะโกนเรียกสวีเจียอิ้นที่กำลังเดินไปทางห้องทำงาน เหงื่อท่วมศีรษะ “คุณสวี พวกเราเคยกินข้าวด้วยกันนะครับ”
“พอจะคุยกันก่อนได้ไหมครับ”
“คุณสวี มีอะไรก็คุยกันได้...”
สวีเจียอิ้นเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานแล้ว จู่ ๆ ก็หันกลับไปมองพนักงานที่อยู่ด้านหลัง
เขาพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า “พวกคุณไม่ได้ยินที่คุณไช่พูดกันหรือไง”
พนักงานที่เดิมยังงุนงงอยู่บ้าง พอได้ยินคำถามนี้ก็พากันแตกตื่นขึ้นมาทันที
หลังสวีเจียอิ้นเข้าห้องไป พนักงานที่ก่อนหน้านี้ยังรักษามารยาทก็เปลี่ยนท่าทีแข็งกร้าวขึ้นทันควัน “เถ้าแก่หวัง กรุณาออกไปจากบริษัทของเราเดี๋ยวนี้ครับ”
“ฝ่ายกฎหมายของเราจะติดต่อคุณไป”
“คุณสวี อย่าทำแบบนี้เลยครับ พวกเราร่วมมือกันดีมาตลอดไม่ใช่เหรอ”
“คุณสวี เรื่องอะไรก็คุยกันได้ ให้ผมอธิบายสักสองสามคำไม่ได้หรือครับ”
เถ้าแก่หวังลนลานขึ้นมาจริง ๆ หากอีกฝ่ายหาทนายมาฟ้องพวกเขาเรื่องผิดสัญญา
ไม่เพียงงานหลายโครงการที่เขารับต่อจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หงหย่วนจะหลุดมือ เงินค่าก่อสร้างที่เคยเบิกไปก่อนหน้านี้ก็ต้องคืน
