เสียงจากปลายสายแฝงแววดูแคลนและประชดประชันเล็กน้อย “คุณไช่คิดว่ากั่งเฉิงเป็นเมืองเซินหรือไง?”
“เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ รอฉันติดต่อไป”
อีกฝ่ายพูดจบก็วางสาย
ไช่จิ้นไม่พูดอะไร สีหน้าดำคล้ำ
เจ้าของเสียงไม่ได้บอกชื่อ แต่ไช่จิ้นพอเดาได้ว่าเป็นใคร
ก็จางจื่อเฉียง คนที่ชอบเล่นงานพวกเศรษฐีนั่นไง!
พอออกจากห้อง เขาก็ลงไปที่ร้านอาหารชั้นล่าง
ในร้านอาหารมีคนนั่งเต็มไปหมด เบียดเสียดแน่นขนัด
ภาพตรงหน้าทำให้นึกถึงหนังชุดเรื่อง “กู๋หว่าไจ๋” ได้ไม่ยาก
ในนั้นไม่มีเฉินฮ่าวหนาน แต่มีหวังฮ่าวหนาน
ไม่มีซานจี แต่มีต้าเจี่ยวจี
ไม่มีอีกา แต่มีนกกระจอก
และอื่น ๆ อีก
มองไปทางไหนก็เห็นพวกนักเลงในวงการของกั่งเฉิง ผมหลากสีสันจนกลายเป็นภาพแปลกตา
โต๊ะสิบกว่าตัวมีคนนั่งรวมกันกว่าร้อยคน ข้างเท้าของแต่ละคนมีท่อเหล็กอยู่ท่อนหนึ่ง หรือไม่ก็มีมีดปังตอสำหรับหั่นแตงโมวางอยู่
ทุกคนยึดอาถัว พระนักเลงขี้เหล้าที่กำลังหัวเราะเสียงดังอยู่กลางกลุ่มเป็นหัวหน้า
ไช่จิ้นไม่ได้อยู่ข้างล่างนานนัก
เขาหิ้วหีบหลายใบไปให้อาถัวโดยตรง
เดิมทีอาถัวไม่อยากรับ แต่ไช่จิ้นพูดว่า “พี่น้องตั้งเยอะตามมาทำงานล่วงเวลาตอนกลางคืน กินมื้อดึก สูบบุหรี่สักซองจะเป็นไรไป?”
อาถัวได้ยินไช่จิ้นพูดแบบนั้นก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา
สุดท้ายจึงรับเงินหลายหีบไว้
จากนั้นไช่จิ้นก็กลับเข้าห้อง
สองทุ่ม มีรถจินเป่ยคันยาวหลายคันมารวมตัวกันหน้าร้านอาหารชั้นล่าง
