เป็นอย่างที่คิด พอคุยกันจนใกล้จบ โจวอวี้หัวก็หันมามองไช่จิ้น “เป็นยังไงบ้าง คุณไช่? คิดว่าภาพรวมของม่านโจวหลี่เป็นยังไง?”
ไช่จิ้นยิ้ม “มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นเมืองท่าขนาดเล็กทางตอนเหนือได้ครับ”
โจวอวี้หัวอารมณ์ดีไม่น้อย เขายิ้มแล้วเอ่ยว่า “คุณโหมวเป็นคนมองการณ์ไกลจริง ๆ”
“มา ดูทางนี้สิ”
พูดจบก็ชี้ไปยังที่ดินผืนหนึ่งบนทุ่งหญ้าฮูลุนเปเอ่อร์ “ที่ดินสิบตารางกิโลเมตรตรงนี้ ทางเทศบาลกำลังดำเนินเรื่องอยู่ เดี๋ยวเรายกให้คุณโหมว”
“เทศบาลเราไม่ขายที่ดิน ที่นี่เลยยกให้เขาทั้งหมด ขอแค่ช่วยพัฒนาเมืองและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน นี่คือเป้าหมายของเทศบาลเรา”
“ส่วนที่ดินอีกห้าตารางกิโลเมตรตรงนี้ก็อยู่ในเขตวางแผนเศรษฐกิจสำคัญของม่านโจวหลี่เหมือนกัน คุณสนใจไหม?”
สิ่งที่ต้องมาก็ยังมาถึงจนได้
ไช่จิ้นปวดหัวอยู่ในใจไม่น้อย
คิดอยู่นาน ก่อนจะยิ้มเจื่อนแล้วพูดขึ้นว่า “นายกเทศมนตรีโจว เรื่องนี้ผมคงต้องคุยกับผู้ถือหุ้นอีกหลายคนให้ดีก่อน ผมตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ครับ”
“ผู้ถือหุ้นเหรอ?” โจวอวี้หัวเห็นได้ชัดว่าไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่พอลองคิดดู ด้วยขนาดธุรกิจของคุณไช่และเครือข่ายผู้คนที่เกี่ยวข้องแล้ว เรื่องนี้คงไม่ใช่สิ่งที่คนคนเดียวจะทำได้จริง ๆ
เขากระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร คุณไช่ รอฟังข่าวดีจากพวกคุณก็แล้วกัน”
ไช่จิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ถึงผู้ถือหุ้นจะไม่เห็นด้วย ผมก็จะลองพิจารณามาตั้งสาขาที่นี่ครับ”
เรื่องนี้ไช่จิ้นไม่ได้หลอกโจวอวี้หัว
การค้าหัวเซิ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจเครื่องบินเป็นหลัก โดยมีสถานะเป็นบริษัทบังหน้าของกลุ่มจงฮ่าว
