เรื่องนี้ไช่จิ้นเก็บไว้ในใจ
แต่เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะเฟิงฮ่าวตงเป็นตัวเอกของโต๊ะนี้ เขาจึงรู้ว่าควรวางตัวอย่างไร
นี่ก็เป็นเหตุผลที่เฟิงฮ่าวตงชอบพาเขาไปรู้จักผู้คนจากหลากหลายวงการ
รู้จักวางตัว
หลังพูดถึงความฝันเรื่องรถยนต์ของตัวเองจนหมดเปลือก หยางหรงก็ยกแก้วขึ้นจิบ
“เหล่าเฟิง ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันว่าเราควรลุยกันให้เต็มที่!”
“สนใจลองเข้ามาลุยในวงการรถยนต์ไหม?”
“ถ้าสนใจ เรามาร่วมมือกันยึดรถยนต์จินเป่ยมา แล้วปรับโครงสร้างใหม่ ไปงัดข้อกับอี๋ชี่กันให้รู้ดำรู้แดง คิดว่าไง?”
ไช่จิ้นรู้ดีว่าเส้นทางชีวิตของชายคนนี้ในชาติก่อนเป็นอย่างไร
ต่อมาเขาจะขัดแย้งอย่างรุนแรงกับอี๋ชี่ ผู้เป็นบริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศ เพื่อแย่งชิงอำนาจควบคุมรถยนต์จินเป่ย
ความรู้สึกพ่ายแพ้และอับอายที่เกิดจากการคิดว่าตัวเองมีชาติกำเนิดสูงส่ง ใครหน้าไหนก็มาแข่งด้วยไม่ได้ จะกัดกินเขาอยู่ในใจ
เขาจะชูธงนี้ขึ้นมาเพื่อแย่งชิงอำนาจควบคุม
จากนั้นจึงทำความฝันเรื่องรถยนต์ให้เป็นจริง
ตอนแรกไช่จิ้นคิดว่าเฟิงฮ่าวตงจะตอบรับ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธอย่างใจเย็น
“ฉันมีหลักการทำธุรกิจอยู่ข้อหนึ่ง คืออะไรที่ไม่เข้าใจก็ไม่ทำ”
“คนที่เริ่มต้นจากการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดอย่างพวกเรา อาจมีความคิดแบบพอมีพอกินก็พอแล้วก็ได้ กำไรไม่กี่เฟินจากการขายน้ำอัดลมสักขวดฝังรากลึกอยู่ในกระดูกไปแล้ว”
“เพราะงั้นฉันขอไม่ร่วมวงกับนายแล้วกัน”
“นี่ไง เมื่อไม่กี่วันก่อนเหล่าโหมวยังโทรมาชวนฉันไปเปิดทางที่เทือกเขาหิมาลัยอยู่เลย ฉันเป็นแค่นักธุรกิจตัวเล็ก ๆ จะกล้ารับฝันยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนชะตากรรมมนุษยชาติได้ยังไง”
